สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๔ · หน้า ๓๐๔ · ข้อ 206
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อจะทรงวิสัชนาปัญหานั้น จึงตรัสคำว่า วิชฺชา อุปฺปตตํ เป็นอาทิ แปลว่า

บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น วิชชา (ความรู้)

เป็นประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป อวิชชา

เป็นประเสริฐ บรรดาสิ่งที่เดินด้วยเท้า

พระสงฆ์เป็นประเสริฐ บรรดาชนผู้แถลง

คารม พระพุทธเจ้าเป็นประเสริฐ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิชฺชา ได้แก่วิชชาในมรรค ๔ เพราะ ว่าวิชชานั้น เมื่อเกิดย่อมถอนขึ้นซึ่งอกุศลธรรมทั้งปวง ฉะนั้น พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าจึงตรัสว่า วิชฺชา อุปฺปตตํ เสฏฺา แปลว่า บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น

วิชชาเป็นประเสริฐ. บทว่า อวิชฺชา ได้แก่ มหาอวิชชาอันมีวัฏฏะเป็นมูล

เพราะอวิชชาที่ตกไป นั่นเป็นสิ่งประเสริฐกว่าสิ่งที่ตกไป คือที่จมลงไป. บทว่า ปวชฺชมานานํ ได้แก่ บรรดาสัตว์ผู้ไปด้วยเท้า คือผู้ไปด้วยลำแข้ง พระสงฆ์ ผู้เป็นนาบุญอันไม่ทรามเป็นผู้ประเสริฐ เพราะว่า สัตว์ทั้งหลายเห็นพระสงฆ์ นั้นในที่นั้น ๆ แล้ว ย่อมถึงความสวัสดี. บทว่า พุทฺโธ อธิบายว่า บุตร หรือว่าบุคคลอื่น ๆ จงพักไว้ก่อน บรรดาชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งผู้แถลงคารม พระพุทธเจ้าเป็นผู้ยอดเยี่ยม เพราะว่าเหล่าสัตว์ทั้งหลายจำนวนหลายแสนอาศัย การแสดงธรรมของพระองค์แล้ว ก็หลุดพ้นจากเครื่องผูกได้ ดังนี้แล.

จบอรรถกถาวุฏฐิสูตรที่ ๔