สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๔ · หน้า ๔๓๕ · ข้อ 346 347
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๘. มัลลิกาสูตร

[๓๔๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ พระวิหารเชตวัน อาราม แห่งท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี.

สมัยนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิการาชเทวีได้ประทับ ณ ปราสาทอันประเสริฐชั้นบน.

ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ตรัสกับพระนางมัลลิการาชเทวีว่า มัลลิกา คนซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตน มีแก่เธอบ้างไหม.

พระนางมัลลิกาได้ทูลสนองว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า คนซึ่งเป็นที่รักยิ่ง กว่าตน ไม่มีแก่หม่อมฉันดอก มีแก่พระองค์บ้างหรือ.

พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสว่า แน่ะมัลลิกา คนซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตน ย่อมไม่มีแม้แก่ฉัน.

[๓๔๗] ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จลงจากปราสาทเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าถวายบังคม แล้วประทับ นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้ทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ วันนี้ ข้าพระองค์ได้อยู่ที่ปราสาทอันประเสริฐชั้นบนกับพระนางมัลลิกา- ราชเทวี ได้พูดกับพระนางมัลลิการาชเทวีว่า แน่ะมัลลิกา คนซึ่งเป็นที่รักยิ่ง กว่าตน มีอยู่แก่เธอบ้างไหม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระนางมัลลิการาชเทวี ได้ตอบว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า คนซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตน ไม่มีแก่หม่อมฉัน ดอก มีอยู่แก่พระองค์บ้างไหม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้พูดกับ พระนางมัลลิการาชเทวีว่า แน่ะมัลลิกา คนซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตน ไม่มีแม้ แก่ฉันเหมือนกัน.