สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๔ · หน้า ๔๖๗ · ข้อ 367
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ตาลคู่ แต่ท้าวเธอก็ไม่อาจบรรทม เพราะทรงคารวะในพระพุทธองค์. ท่านหมาย เอาข้อนี้จึงกล่าวว่า มหสฺสาสี. บทว่า อิมํ คาถํ อภาสิ ความว่า พระผู้มี พระภาคเจ้า ทรงพระดำริว่า พระราชาทรงลำบาก เพราะไม่ทรงรู้จักประมาณใน โภชนะ เราจักทำพระองค์ให้อยู่ผาสุก ณ บัดนี้ แล้วจึงได้ตรัส [พระคาถานี้]. บทว่า มนุชสฺส แปลว่า สัตว์. บทว่า กหาปณสตํ ได้แก่ ๑๐๐ กหาปณะ อย่างนี้คือ เวลาพระกระยาหารเช้า ๕๐ เวลาพระกระยาหารเย็น ๕๐. บทว่า ปาปุณิตฺวา ความว่าไปกับพระราชาได้หน่อยหนึ่ง ก็ทูลว่าขอเดชะข้าพระบาท จะให้พระแสงดาบมงคลเล่มนี้แก่ใคร พระเจ้าข้า เมื่อท้าวเธอรับสั่งว่า ให้แก่คน โน้น สุทัศนมาณพนั้น ก็ให้ดาบนั้น กลับมาสำนักพระทศพล ยืนถวาย บังคมแล้วทูลว่า ท่านพระโคดมเจ้าข้า โปรดตรัสพระคาถาแล้วก็เรียนพระคาถา

ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว. ถามว่า ได้ยินว่า สุทัศนมาณพกล่าวพระ-

คาถาทุกเวลาที่เทียบพระเครื่องกล่าวอย่างไร. ตอบว่า กล่าวโดยทำนองที่พระ

ผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอน. ความจริง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนมาณพนั้นอย่าง

นี้ว่า ดูก่อนมาณพ เจ้าอย่ากล่าวคาถานี้พร่ำเพรื่อ ในที่ไปถึง ๆ (เหมือนนัก ร้องนักรำ) จงยืนใกล้ที่เสวยของพระราชา อย่ากล่าวเมื่อเสวยพระกระยาหารก้อน แรก พึงกล่าวเมื่อทรงถือก้อนสุดท้าย พระราชาทรงได้ยินแล้ว จักทรงทิ้งก้อน ข้าว เมื่อเป็นดังนั้น เมื่อทรงล้างพระหัตถ์แล้ว ก็พึงชักถาดออกมานับเมล็ดข้าว [ได้เท่าใด] รู้จักกับแกล้มที่ผสมกับข้าวนั้น [แยกกับข้าวออก] วันรุ่งขึ้น ก็ พึงลดข้าวสารเสียเพียงเท่านั้น พึงกล่าวเฉพาะในเวลาเสวยพระกระยาหารเช้า อย่ากล่าวในเวลาเสวยพระกระยาหารเย็น มาณพนั้นรับพระพุทธดำรัสแล้ว ได้ กล่าวคาถาโดยทำนองที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนในเวลาเสวยพระกระยา- หารเย็น เพราะในวันนั้นพระราชาเสวยพระกระยาหารเช้าเสร็จเสด็จไปเสีย

แล้ว. พระราชาทรงระลึกถึงพระดำรัสของพระทศพล ก็ทิ้งก้อนข้าวลงในถาด