พร้อมด้วยศีลาทิคุณ ชื่อว่า การเลือกพระทักขิไณยบุคคล. ด้วยอาการทั้งสอง อย่าง อย่างนี้ ชื่อว่า ทานที่บุคคลเลือกให้. บทว่า สุคตปฺปสฏฺํ แปลว่า
พระสุคตทรงสรรเสริญแล้ว. ก็เทวดากล่าวถึงการเลือกทักษิณา (ของทำบุญ)
ด้วยคำว่า พีชานิ วุตฺตานิ ยถา นี้ แปลว่า เหมือนพืชที่หว่านแล้ว อธิบายว่า ไทยธรรม คือของทำบุญ อันประณีต ๆ เช่นกับการเลือกพืชที่หว่านแล้ว. บทว่า ปาเณสุปิ สาธุ สํยโม แปลว่า ความสำรวมแม้ในสัตว์ทั้งหลายเป็น การดี คือ ว่ามีความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย ก็ย่อมเป็นกรรมอันเจริญ.
เทวดานี้ เมื่อจะก้าวล่วงอานิสงส์ของทานที่พวกเทวดาเหล่าอื่นกล่าว แล้ว เพื่อกล่าวถึงอานิสงส์แห่งศีล จึงเริ่มคำว่า
โย ปาณภูตานิ อเหยํ จร
ปรูปวาทา น กโรติ ปาปํ
ภีรุํ ปสํสนฺติ น หิ ตตฺถ สูรํ
ภยา หิสนฺโต น กโรนฺติ ปาปํ.
บุคคลใดประพฤติตนเป็นผู้ไม่เบียด
เบียนสัตว์ทั้งหลาย เที่ยวไปอยู่ ไม่ทำบาป
เพราะกลัวความติเตียนแต่งผู้อื่น บัณฑิต
ทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญซึ่งบุคคลผู้กลัว
บาป แต่ไม่สรรเสริญบุคคลผู้กล้าในการ
ทำบาปนั้น สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่
ทำบาป เพราะความกลัวบาปแท้.
คำว่า อเหยํ จรํ แก้เป็น อวิหึสนฺโน จรมาโน แปลว่า เป็น ผู้ไม่เบียดเบียน เที่ยวไปอยู่. บทว่า ปรูปวาทา แปลว่า เพราะกลัวความ