ในบทว่า มุณฺฑกา เป็นต้นมีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. จะเรียกคน หัวโล้นว่า มุณฑะ และเรียกสมณะว่า สมณะ ก็ควร. ก็มาณพเหล่านี้ เมื่อจะเล่น กล่าวว่า คนหัวโล้นว่าสมณะ.
บทว่า อิพฺภา ได้แก่ คฤหบดี. บทว่า กณฺหา แปลว่า ดำ. ท่านหมายถึงพรหมว่า พันธ ในคำว่า พนฺธุปฺปาทปจฺจา. จริงอยู่ พราหมณ์ ทั้งหลาย เรียกพรหมนั้น ว่า ปิตามหะ ปู่ทวด. เหล่ากอแห่งเท้า ทั้งหลาย ชื่อว่า ปาทปจฺจา อธิบายว่า เกิดแต่หลังเท้าแห่งพรหม. ได้ยินว่า มาณพเหล่านั้นมีลัทธิดังนี้ว่า พวกพราหมณ์ออกจากปากแห่งพรหม พวก กษัตริย์ออกจากอก พวกแพศย์ออกจากสะดือ พวกศูทรออกจากเข่า
พวกสมณะออกจากหลังเท้า. บทว่า ภรตกานํ ได้แก่ กุฏุมพีทั้งหลาย.
จริงอยู่เพราะเหตุที่กุฏุมพีทั้งหลายเลี้ยงแว้นแคว้น. ฉะนั้นท่านเรียกว่า
ภรตะ ก็มาณพเหล่านี้ เมื่อกล่าวดูแคลน จึงกล่าวว่า ภรตกานํ.
บทว่า วิหารา นิกฺขมิตฺวา ความว่า พระเถระคิดว่า พวกมาณพ เหล่านี้ มัดไม้เป็นกำ แล้วเหวี่ยงไว้ที่บริเวณอันน่ารื่นรมย์ อันมีทราย ที่เกลี่ยไว้สม่ำเสมอส่องแสงระยิบระยับคล้ายแผ่นเงิน คุ้ยทรายเอามือจับ มือกันแล่นไปรอบ ๆ บรรณกุฏีโห่ร้องแล้วร้องเล่นว่า สมณะโล้นเหล่านี้ พวกกุฏุมพีสักการะแล้ว ๆ จึงกระทำเล่น ๆ กันเกินไป ทั้งไม่รู้ว่ามีภิกษุ ทั้งหลายอยู่ในที่อยู่ จำเราจักแสดงภิกษุเหล่านั้นอยู่ ดังนี้แล้ว จึงออกจาก บรรณกุฎี.