สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๓๗๒ · ข้อ 316
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สามารถ กามรูปและอกามรูป จึงนับได้ ๑,๐๒๔. งูเ ล่านั้น เมื่อย่อเข้า โดยปฏิโลม ย้อนกลับแห่งทางที่งูเลื้อยไปอีก จึงเป็นอสรพิษ ๔ ประเภท ด้วยอำนาจงูกัฏฐมุขะเป็นต้น ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงหมายเอา งูเหล่านั้น จึงตรัสว่า เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว จตฺตาโร อาสีวิสา เป็นต้น. ก็งูเหล่านั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจตระกูล.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสีวิสา ความว่า ชื่อว่า อาสีวิสา เพราะมีพิษที่รด ก็มี ชื่อว่าอาสีวิสาเพราะมีพิษที่ลิ้ม ก็มี อาสีวิสา เพราะ

มีพิษเช่นกับดาบก็มี. บทว่า อาสิตฺตวิสา ความว่า มีพิษที่ดังเขารดน้ำ

ชโลมทั่วกาย และพิษที่รดลงที่กายของผู้อื่น. บทว่า อสิตวิสา ความว่า สิ่งใด ๆ อันงูเหล่านั้นลิ้มแล้ว กินแล้ว สิ่งนั้น ๆ ย่อมกลายเป็นพิษไป เพราะฉะนั้น ที่ชื่อว่า อสิตวิสา เพราะสิ่งที่มันลิ้มกลายเป็นพิษ. บทว่า อสิสทิสวิสา ความว่า ที่ชื่อว่า อสิสทิสวิสา เพราะพิษของงูเหล่านั้น คมกริบ สามารถตัดขาดได้อย่างยอดเหมือนดาบ. พึงทราบความแห่งคำ ในที่นี้ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า อุคฺคเตชา ได้แก่ มีเดชสูง คือมีอำนาจแรง. บทว่า โฆรวิสา. ได้แก่ มีพิษที่แก้ ไขได้ยาก.

บทว่า เอวํ วเทยฺยุํ ได้แก่ พึงกล่าวอย่างนี้ เพื่อจะให้เขาบำรุง

เลี้ยง. จริงอยู่ พระราชาทั้งหลาย สั่งให้จับงูพิษทั้งหลายไว้ทรงพระดำริว่า

เราจะให้งูเหล่านี้กัดโจรเช่นนี้ให้ตาย หรือปล่อยมันไปที่กองทัพข้าศึกเวลา ที่ข้าศึกประชิดนคร เราเมื่อไม่สามารถจะต่อต้านกำลังข้าศึกได้ ก็จะกิน