พึงทราบวินิจฉัย ในบทว่า เอวเมว โข นี้ ดังต่อไปนี้ :- เบญจขันธ์ พึงทราบว่า เหมือนพิณ. พระโยคาวจรพึงทราบว่า เหมือน พระราชา พระราชานั้น จำเดิมแต่ทรงผ่าพิณนั้นออก เป็น ๑๐ เสี่ยง แล้วทรงใคร่ครวญดู ก็ไม่ทรงเห็นเสียง จึงไม่มีประสงค์พิณฉันใด พระ- โยคาวจร ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อพิจารณาเบญจขันธ์ ไม่เห็นอะไรที่จะ พึงถือเอาว่าเรา หรือของเรา ก็ไม่มีความประสงค์ด้วยขันธ์. ด้วยเหตุนั้น เมื่อจะทรงแสดงการพิจารณาขันธ์นั้นแก่ภิกษุนั้น จึงตรัสคำมีอาทิว่า รูปํ สมนฺเนสติ ยาวตา รูปสฺส คติ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมนฺเนสติ ได้แก่ ปริเยสติ ( แปลว่า แสวงหา ).
บทว่า ยาวตา รูปสฺส คติ ความว่า คติของรูปมีประมาณเท่าใด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คติ ได้แก่คติ ๕๑ อย่าง คือ คติคติ ๑ สัญชาติคติ ๑ สลักขณคติ ๑ วิภวคติ ๑ เภทคติ๑.
บรรดาคติทั้ง ๕ นั้น ขึ้นชื่อว่า รูปนี้ จะท่องเที่ยวหมุนเวียนไป ในระหว่างนี้ เบื้องต่ำ จดอเวจีนรก เบื้องบน จดพรหมโลกชั้นอกนิษฐ์ การท่องเที่ยวหมุนเวียนไปนี้ ชื่อว่า คติคติ ของรูปนั้น.
อนึ่งกายนี้ ไม่ใช่เกิดที่กลีบบัวหลวงเลย ไม่ใช่เกิดที่กลีบบัวเขียว และดอกบัวขาบเป็นต้น แต่เกิดที่ระหว่างท่ออาหารใหม่ และท่ออาหารเก่า คือในโอกาสที่มืดมนเหลือหลาย ที่เป็นที่ท่องเที่ยวไปในป่าที่มีกลิ่นเหม็น น่าเกลียดอย่างยิ่ง เหมือนหนอนที่เกิดในปลาเน่า เป็นต้น นี้ชื่อว่า สญฺชาติคติ ของรูป.
๑. ปาฐะว่า พหุวิธา ฉบับพม่าเป็น ปญฺจวิธา แปลตามฉบับพม่า.