ในบทว่า เอวเมว โข นี้ พึงเห็นเบญจกามคุณเหมือนข้าวกล้า
ที่สมบูรณ์แล้ว. จิตโกง พึงเห็นเหมือนโคที่กินข้าวกล้าในที่แออัด เวลา
ที่ภิกษุละทั้งสติ ( ปล่อยใจ ) เที่ยวไปในทวารทั้ง ๖ เหมือนกับในเวลาที่
ผู้เฝ้าข้าวกล้าประมาทฉะนั้น. ภาวะที่ภิกษุไม่ได้บรรลุสามัญญผล เพราะ
ธรรมฝ่ายกุศลเสื่อมไป ในเมื่อจิตอาศัยการอยู่ปราศจากสติ มีหน้าที่รักษา ทวาร ๖ ชอบใจเบญจกามคุณ พึงทราบว่าเหมือนเจ้าของข้าวกล้าไม่ได้ รับผลแห่งข้าวกล้า เพราะข้าวกล้าที่กำลังท้อง ถูกโคกิน โดยอาศัยความ ประมาทของผู้รักษาข้าวกล้า ฉะนั้น.
บทว่า อุปริฆฏาย๑ ได้แก่ในระหว่างเขาทั้งสอง. บทว่า สุนิคฺคหิตํ นิคฺคณฺเหยฺย ความว่า จับให้มั่นที่เชือกสนสะพายที่พาดอยู่เหนือเขา บทว่า ทณฺเฑน ความว่า ด้วยตะพด มีลักษณะคล้ายค้อน
บทว่า เอวํ หิ โส ภิกฺขเว โคโณ ความว่า โคนั้นอาศัย. ความเผลอของคนเฝ้าข้าวกล้าอย่างนี้แล้ว ในขณะที่อยากจะกินข้าวกล้า จะถูกเจ้าของปราบให้หมดพยศ โดยการกำหราบ ตี แล้วปล่อยไปอย่างนี้.
บทว่า เอวเมว โข ความว่า แม้ในพระสูตร๒นี้ กามคุณทั้ง ๕
พึงเห็นเป็นเหมือนข้าวกล้าที่สมบูรณ์. จิตโกง พึ่งเห็นเป็นเหมือนโคที่
ชอบกินข้าวกล้า. การไม่ปล่อยสติไปในทวารทั้ง ๖ ของภิกษุนี้ พึงเห็น
เป็นเหมือนความไม่เผลอ ของผู้เฝ้าข้าวกล้า. พระสูตร๓เปรียบเหมือนไม้
๑. ปาฐะว่า ฆาตานํ ฉบับพม่าเป็น ฆฏายํ แปลตามฉบับพม่า.
๒. ปาฐะว่า อิทานิป ฉบับพม่าเป็น อิธาปิ แปลตามฉบับพม่า.
๓. ปาฐะว่า สุตฺตโต ฉบับพม่าเป็น สุตฺตนฺโต แปลตามฉบับพม่า.