ในคำว่า ปญฺจ วธกา ปจฺจตฺถิกาติ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า ปญฺจ วธกา ปจฺจตฺถิกา ศัตรูผู้ฆ่า ๕ นี้แล เป็นชื่อของอุปาทานขันธ์ ๕ นี้พึงทราบว่า ขันธ์ทั้งหลายเสมือนกับศัตรูผู้ฆ่า ด้วยอาการ ๒ อย่าง.
จริงอยู่ ขันธ์ทั้งหลายย่อมฆ่าซึ่งกันและกัน เมื่อขันธ์เหล่านั้นมีอยู่ ชื่อว่า ผู้ฆ่าก็ย่อมปรากฏอย่างไร. อันดับแรกรูปย่อมฆ่าทั้งรูป ทั้งอรูป อรูป ย่อมฆ่าทั้งอรูป ทั้งรูป อย่างไร. ปฐวีธาตุแม้นี้ เมื่อแตก ย่อมพา เอาธาตุ ๓ บอกนี้แตกไปด้วย. แม้ในอาโปธาตุเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน. รูปชื่อว่าฆ่ารูปนั่นแหละก่อน ด้วยอาการอย่างนี้. ส่วนรูปขันธ์ เมื่อแตก ก็พาเอาอรูปขันธ์ ๔ แตกด้วยไป เพราะฉะนั้น รูป ถือว่าฆ่าอรูปด้วยอาการ
อย่างนี้. แม้เวทนาขันธ์ เมื่อแตก ก็พาเอาสัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
และวิญญาณขันธ์ แตกไปด้วย. แม้ในสัญญาขันธ์เป็นต้นก็นัยนี้. อรูปชื่อ
ว่าย่อมฆ่าอรูปอย่างนี้. ส่วนอรูปขันธ์ ๔ ในขณะจุติ เมื่อแตก ก็พาวัตถุรูป
(หทยวัตถุ) แตกไปด้วย. อรูปชื่อว่าฆ่ารูปด้วยอาการอย่างนี้. ที่ชื่อว่า วธกา เพราะฆ่าซึ่งกันและกันก่อนด้วยอาการอย่างนี้. ก็ขันธ์มีในที่ใด การตัด การทำลาย การฆ่า และการจองจำเป็นต้น ก็มีในที่นั้นนั่นแล
ไม่มีในที่อื่น. เมื่อขันธ์ มีอยู่ ผู้ฆ่าย่อมปรากฏ แม้เพราะเหตุนั้น
ขันธ์จึงชื่อว่าผู้ฆ่า. บัดนี้ พึงแสดงกรรมฐาน ตั้งต้นแต่แยกขันธ์ ๕ ออก
เป็น ๒ ส่วน คือส่วนรูปและ อรูป(นาม) แล้วแยกนาม ด้วยอำนาจรูป
หรือแยกรูปด้วยอำนาจนามจนถึงพระอรหัตแล. แม้คำนั้น ก็กล่าวไว้แล้ว
ในวิสุทธิมรรคเหมือนกัน