สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๙๖ · ข้อ 345
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็ลักษณะของรูป มีสองอย่าง คือ ปัจจัตตลักษณะ กล่าวคือ การ ย่อยยับที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่ารูป เพราะอรรถว่า ย่อยยับไป ๑ สามัญญลักษณะ คือความไม่เทียงเป็นต้น ๑ นี้ชื่อว่า สลักขณคติ ของรูปนั้น.

ความไม่มีแห่งรูป ท่านกล่าวไว้อย่างนั้น :-

ป่าใหญ่ เป็นคติของเนื้อทั้งหลาย

อากาศเป็นคติ ของปักษีทั้งหลาย

วิภพ ( สภาวะที่ปราศจากภพ ) เป็นคติของธรรมทั้งหลาย.

พระนิพพาน เป็นคติของพระอรหันต์

ชื่อว่า วิภวคติ. ก็ความแตกต่างแห่งรูปนั้น๑ นี้ชื่อว่า เภทคติ. แม้ใน เวทนาเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. แท้จริง ในที่นี้ พึงทราบคติว่าเป็นที่ เกิดแห่งรูปเหล่านั้น ( ว่าเกิดใน ) เบื้องบน จนถึงภวัคคพรหมอย่างเดียว. แต่ในสลักขณคติ๒ พึงทราบลักษณะเฉพาะอย่าง ด้วยสามารถ แห่งการ เสวย การจำได้ การปรุงแต่ง และการรู้แจ้ง.

บทว่า ตมฺปิ ตสฺส น โหติ ความว่า แม้การยึดถือ ๓ อย่าง ในรูปารมณ์เป็นต้น ด้วยอำนาจ ทิฏฐิ ตัณหา และ มานะ๓ ที่ท่าน แสดงไว้อย่างนี้ว่า เรา ว่า ของเรา หรือว่า เราเป็นนั้น ก็ไม่มีแก่ พระขีณาสพนั้น รวมความว่า พระสูตรชื่อว่าเป็นไปตามลำดับ. ด้วย เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ ในมหาอัฏฐกถาว่า

๑. ปาฐะว่า โสมมนสฺส ฉบับพม่าเป็น โส ปนสฺส แปลตามฉบับพม่า

๒. ปาฐะว่า สลกฺขณคติ อยญฺจ ฉบับพม่าเป็น สลกฺขณคติยํ จ แปลตามฉบับพม่า

๓. ปาฐะว่า ทิฏฺิตณฺหามาน คาหตฺตยตํ ขีณาสวสฺส ฉบับพม่าเป็น ทิฏฺิตณฺหา-

มานคฺคาหตฺตยํ ตมฺปิ ตสฺส แปลตามฉบับพม่า.