สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๕๑๖ · ข้อ 358
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

คำว่า อิญฺชิตํ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อทรงแสดง ถึงอาการของตัณหาและสัสสตทิฏฐิ อุจเฉททิฏฐิเหล่านั้น เพราะสัตว์ ทั้งหลายหวั่นไหว ดิ้นรน ชักช้า และถึงอาการประมาทแล้ว๑ ด้วยกิเลส เหล่านี้.

แต่ในมานคตวาระ มีอรรถาธิบายว่า การไปของมานะ ชื่อว่า มานคตะ ได้แก่เป็นไป ด้วยมานะ๒. มานคตะ๓ก็คือมานะนั่นเอง เหมือน ( คำว่า ) คูถคตะ มุตฺตคตะ ( ก็เท่ากับคูถะมุตะ ).

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสฺมิ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ ด้วยอำนาจมานะที่สัมปยุตด้วยตัณหา ( หมายถึงมานะ ประกอบกับตัณหา. )

บทว่า อหมสฺมิ ตรัสไว้ด้วยอำนาจทิฏฐิ (ทรงหมายถึงทิฏฐิ อย่างเดียว ).

ถ้าจะมีคำถามว่า มานะ ชื่อว่าสัมปยุตด้วยทิฏฐิ ไม่มี ไม่ใช่หรือ.

ตอบว่า เออ ไม่มี แต่เพราะยังละมานะไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าทิฏฐิ

จึงยังมีอยู่. คำนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสหมายเอาทิฏฐิที่มีมานะเป็นมูล.

คำที่เหลือในบททั้งปวงง่ายทั้งนั้นดังนี้แล.

จบ อรรถกถาเทวาสุรสังคามสูตรที่ ๑๒

จบ อาสีวิสวรรคที่ ๔

จบ อรรถกถาสฬายตนสังยุตต์

๑. ปาฐะว่า สมคฺคาการํปตฺตา ฉบับพม่าเป็น ปมตฺตาการปตฺตา แปลตามฉบับพม่า.

๒. ปาฐะว่า มานํ ปวตฺตติ ฉบับพม่าเป็น มานปวตฺตติ แปลตามฉบับพม่า.

๓. ปาฐะว่า คตํ ฉบับพม่าเป็น มานคตํ แปลตามฉบับพม่า.