ในบทเหล่านั้น แม้ในอภิธรรมท่านกล่าวตรง ๆ ว่าป่าที่ออกไป นอกเสาเขื่อนทั้งหมดนั้นเป็นอรัญญะ ก็จริง ถึงอย่างนั้น เสนาสนะที่ให้ สำเร็จเป็นอารัญญิกธุดงค์องค์คุณของผู้อยู่ป่า ที่ท่านกล่าวว่า โดยที่สุดชั่ว ๕๐๐ ธนู นั้นแหละ พึงทราบว่า ท่านประสงค์เอาแล้ว. บทว่า วนปฏฺํ ได้แก่ ที่เลยชายบ้านไป พวกมนุษย์ไม่ใช้สอย ซึ่งไม่เป็นที่ไถหว่าน. สมจริงด้วยคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า คำว่า วนปฏฺํ นี้เป็นชื่อของเสนาสนะ
ไกล. คำว่า วนปฏฺํ นี้เป็นชื่อไพรสณฑ์. คำว่า วนปฏฺํ นี้เป็นเหตุ
ที่น่ากลัว. คำว่า วนปฏฺํ นี้เป็นชื่อของความกลัวขนลุกชัน. คำว่า
วนปฏฺํ นี้เป็นชื่อของชายแดน. คำว่า วนปฏฺํ นี้เป็นชื่อของเสนาสนะ
ที่อยู่ห่างไกลมนุษย์. ในที่นี้ หมู่ไม้ที่อยู่ในป่า เว้นปริยายหนึ่งนี้ที่ว่า
ชายแดน ก็พึงทราบโดยปริยายที่เหลือแล.
บทว่า ปนฺตานิ แปลว่า ที่สุดแดน คือไกลมาก. บทว่า อปฺปสทฺ- ทานิ ได้แก่ ชื่อว่ามีเสียงน้อย เพราะไม่มีเสียงครกเสียงสากและเสียงเด็ก
เป็นต้น. บทว่า อปฺปนิคฺโฆสานิ ได้แก่ ชื่อว่ามีเสียงกึกก้องน้อย เพราะ
ไม่มีบันลือลั่นและกึกก้องอย่างมากของเสียงนั้น ๆ. บทว่า วิชนวาตานิ ได้แก่ เว้นจากลมในร่างกายของคนผู้สัญจร. บทว่า มนุสฺสราหเสยฺยกานิ ได้แก่ สมควรแก่การงานลับของพวกมนุษย์. บทว่า ปฏิสลฺลานสารุปฺปานิ ได้แก่ สมควรแก่การหลีกเร้น.