ในชวนกาล ด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัย บทว่า สุขา เวทนา ได้แก่ สุขเวทนา อาศัยผัสสะอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในชวนะ. แม้ในบทที่เหลือ ก็ นัยนี้เหมือนกัน ดังนั้นพระองค์ จึงตรัสธาตุ ๒๓ ในพระสูตรนี้ . อย่างไร. จริงอยู่ในที่นี้ จักขุปสาท เป็นจักขุธาตุ อารมณ์อันกระทบจักขุปสาท นั้นเป็นรูปธาตุ จักขุวิญญาณ เป็นวิญญาณธาตุ ขันธ์ ๓ ที่เกิดพร้อม กับจักขุวิญญาณธาตุ เป็นธรรมธาตุ. เป็นธาตุ ๒๐ คือ ในทวารทั้ง ๕ ทวารละ ๔ อาวัชชนจิต ท่านถือว่า มโนธาตุ ในมโนทวาร ด้วยประการ
ฉะนี้. อารมณ์และหทัยวัตถุ. เป็นธรรมธาตุ จิตที่อาศัยหทัยวัตถุ เป็นมโน-
วิญญาณธาตุ รามเป็นธาตุ ๒๓ ด้วยประการฉะนี้ ท่านแสดงไว้ว่า พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสความต่างแห่งธาตุ ด้วยอำนาจธาตุ ๒๓ ด้วยประการฉะนี้.
จบ อรรถกถาโฆสิตสูตรที่ ๖
๗. หาลิททกานิสูตร
ว่าด้วยความบังเกิดขึ้นแห่งความแตกต่างแห่งเวทนาเป็นต้น
[๒๐๑] สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัจจายนะอยู่ที่เรือนสกุล ใกล้ สังปวัตตบรรพต ในอวันตีชนบท ครั้งนั้นแล หาลิททกานิคฤหบดีเข้าไป หาท่านพระมหากัจจายนะถึงที่อยู่ ฯลฯ ครั้นแล้ว ได้ถามท่านพระมหา กัจจายนะว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดังนี้ว่า ความต่างกันแห่งเวทนาย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความต่างกันแห่งผัสสะ ดังนี้ พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ความต่างกันแห่งผัสสะย่อมบังเกิดขึ้น เพราะ อาศัยความต่างกันแห่งธาตุ ความต่างกันแห่งเวทนาย่อมบังเกิดขึ้น เพราะ อาศัยความต่างกันแห่งผัสสะ อย่างไรหนอ.