สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๑๑ · ข้อ 179
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๗๙] ดูก่อนท่านจอมเทพ รูปที่จะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ อันน่า ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก อาศัยความใคร่ ชวนให้กำหนัด มีอยู่ หากภิกษุไม่เพลิดเพลินไม่สรรเสริญ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพันรูปนั้น เมื่อเธอไม่เพลิดเพลินไม่สรรเสริญ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพันรูปนั้น วิญญาณ อันอาศัยตัณหานั้นย่อมไม่มี อุปาทานอันอาศัยตัณหานั้นย่อมไม่มี ภิกษุผู้ ไม่มีอุปาทาน ย่อมปรินิพพาน ฯลฯ ธรรมารมณ์ที่จะพึงรู้แจ้งด้วยใจ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ น่ารัก อาศัยความใคร่ ชวนให้กำหนัด มีอยู่ หากภิกษุไม่เพลิดเพลินไม่สรรเสริญ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพ้น ธรรมารมณ์นั้น เมื่อเธอไม่เพลิดเพลินไม่สรรเสริญ ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน ธรรมารมณ์นั้น วิญญาณอันอาศัยตัณหานั้นย่อมไม่มี อุปาทานอันอาศัย ตัณหานั้นย่อมไม่มี ภิกษุผู้ไม่มีอุปาทาน ย่อมปรินิพพาน ดูก่อน- ท่านจอมเทพ เหตุปัจจัยนี้แล ที่เป็นเครื่องทำให้สัตว์บางพวกในโลกนี้ ปรินิพพานในปัจจุบัน.

จบ สักกสูตรที่ ๕

อรรถกถาสักกสูตรที่ ๕

ในสักกสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ทิฏฺเว ธมฺเม ได้แก่ ในอัตภาพนี้เอง. บทว่า ปรินิพฺพายนฺติ ได้แก่ ย่อมปรินิพพาน ด้วยการดับสนิทซึ่งกิเลส. บทว่า ตํ นิสฺสิตํ วิญฺาณํ โหติ ได้แก่ กรรมวิญญาณที่อาศัยตัณหา.

จบ อรรถกถาสักกสูตรที่ ๕