บทว่า พนฺโธ มารสฺส ความว่า ด้วยเครื่องผูกของมาร. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า มารสฺส นี้ เป็นฉัฏฐิวิภัตติ ใช้ในอรรถของตติยา- วิภัตติ หมายความว่า ถูกผูกมัดไว้ด้วยกิเลสมาร.
บทว่า มุตฺโต ปาปิมโต ความว่า พ้นแล้วจากเครื่องผูกของมาร. อีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ปาปิมโต นี้ เป็นฉัฏฐีวิภัตติใช้ในอรรถ๑ ของตติยาวิภัตติ
เหมือนกัน หมายความว่า หลุดพ้นแล้วจากมากผู้ลามก คือจากเครื่องผูก คือกิเลสนั่นเอง.
ด้วยบทว่า อสฺมิ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความสำคัญด้วยอำนาจ ตัณหา.
ด้วยบทว่า อยหมสฺมิ ตรัสความสำคัญ. ทิฏฐิด้วยอำนาจ สัสสต- ทิฏฐิเหมือนกัน.
ด้วยบทว่า น ภวิสฺสนฺติ ตรัสไว้ด้วยอำนาจเฉททิฏฐิ.
บทว่า รูปี เป็นต้น บ่งถึงประเภทของสัสสตทิฏฐินั่นเอง๒.
บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่ความสำคัญที่เป็นความเจ็บป่วย ชื่อว่าเป็นโรค เป็นทั้งฝี เป็นทั้งลูกศร เพราะอำนาจความใคร่ที่มีโทษะ อยู่ภายใน
๑. ปาฐะว่า กรเณเยว ฉบับพม่าเป็น กรณตฺเตเยว แปลตามฉบับพม่า
๒. ปาฐะว่า สสฺสตวเสน ฉบับพม่าเป็น สสฺสตสฺเสว แปลตามฉบับพม่า.