สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๘๑ · ข้อ 342
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ครั้นแล้ว ราชทูตทั้งคู่นั้น ก็ทำการอภิเษก แก่พระกุมารนั้น ในที่นั้นนั่นแล แล้วให้ยกเศวตฉัตรขึ้น มอบพระบรมราชโองการที่มี พระดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมไว้ว่า เจ้าจงปกครองบ้านเมืองโดย ชอบเถิด ดังนี้แล้ว เดินทางกลับไปตามทางที่มาแล้วนั่นแล.

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงทำเนื้อความนี้ให้แจ่มแจ้ง จึงตรัส คำว่า ปุรตฺถิมาย ทิสาย เป็นต้น.

ในสูตรนั้น มีข้ออุปมาเปรียบเทียบ ดังต่อไปนี้:-

ก็พระนครคือนิพพาน พึงเห็นเหมือนมหานครที่มั่งคั่ง. พระธรรม ราชาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ประกอบด้วยโพชฌงค์รตนะ ๗ ประการ พึงเห็น เหมือนพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ประกอบด้วยรตนะ ๗ ประการ. นครคือ กายของตน พึงเห็นเหมือนนครชายแดน. จิตตุปบาทที่โกงของภิกษุนี้ พึงเห็นเหมือนราชบุตรโกง ( ทรราช ) ในนครนั้น เวลาที่ภิกษุนี้พรั่ง พร้อมด้วยนิวรณ์ ๕ พึงเห็นเหมือนเวลาที่ราชบุตร ( ทรราช ) อันเหล่า

นักเลงแวดล้อม. สมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนากัมมัฏฐาน พึงเห็นเหมือน

ราชทูตเร็วทั้งคู่. เวลาที่จิตถูกสมาธิในปฐมฌานเกิดขึ้น ตรึงไว้มิให้

หวั่นไหว พึงเห็นเหมือนเวลาที่ราชบุตรทรราชถูกทหารใหญ่จับพระเศียร. ภาวะที่เมื่อปฐมฌาน พอเกิดขึ้นแล้ว นิวรณ์ ๕ ก็อยู่ห่างไกล พึงเห็น เหมือนภาวะที่เมื่อราชบุตรทรราช พอถูกทหารใหญ่จับพระเศียร เหล่า

นักเลงทั้งหลายก็หนีกระจัดกระจายไปไกลคนละทิศละทาง. เวลาที่ภิกษุนั้น

ออกจากฌาน พึงเห็นเหมือนเวลาที่ทหารใหญ่ พอราชบุตรทรราชรับรองว่า จักทำตามพระบรมราชโองการ ก็ปล่อยพระราชกุมาร.