สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๗๖ · ข้อ 77
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สา. จริงอย่างนั้น ท่านพระอุปเสนะได้ถอนอหังการ มมังการและ

มานานุสัยได้เด็ดขาดเป็นเวลานานมาแล้ว ฉะนั้น ท่านพระอุปเสนะจึงไม่ มีความตรึกอย่างนั้น.

ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นยกกายของท่านพระอุปเสนะขึ้นสู่เตียง นำไปภายนอก กายของท่านพระอุปเสนะเรี่ยราดประดุจกำแกลบในที่ นั้นเอง ฉะนั้น.

จบ อุปเสนสูตรที่ ๗

อรรถกถาอุปเสนอาสีวิสสูตรที่ ๗

ในอุปเสนอาสีวิสสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า สีตวเน ได้แก่ในป่าของป่าช้ามีชื่ออย่างนั้น. บทว่า ิสปฺปโสณฺฑิกปพฺภาเร ได้แก่ที่เงื้อมเขามีชื่ออย่างนั้น เพราะเหมือนกัน

พังพานงู. บทว่า อุปเสนสฺส ได้แก่ท่านอุปเสนะผู้เป็นน้องชายของ

พระธรรมเสนาบดี. บทว่า อาสีวิโส ปติโต โหติ ความว่า เล่ากัน

มาว่า พระเถระเสร็จภัตกิจแล้ว ถือมหาจีวร ถูกลมอ่อนๆ ทางช่องหน้าต่าง ที่ร่มเงาถ้ำ รำเพยพัด นั่งทำสูจิกรรมผ้านุ่ง ๒ ชั้น. ขณะนั้น ลูกอสรพิษ เลื้อยเล่นอยู่บนหลังคาถ้ำ ลูกงูเหล่านั้น ตัวหนึ่งตกลงมาถูกจะงอยบ่า

พระเถระ. พระเถระถูกพิษเข้า ฉะนั้นพิษของงูนั้นจึงซาบซ่านไปในกาย

ของพระเถระ เหมือนเปลวประทีปลามไปตามไส้ตะเกียง. พระเถระ ทราบว่าพิษแล่นมาดังนั้น พิษนั้นพอตกลงเท่านั้นแล่นไปตามกำหนด ก็จริง ถึงอย่างนั้น ท่านจึงใช้พลังฤทธิ์ของตนอธิษฐานว่า ขออัตตภาพนี้จงอย่า