[๑๓๗] ลืมสติไปเพราะเป็นรูป บุคคลเมื่อใส่ใจถึงรูป
เป็นนิมิตที่รัก ก็มีจิตกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น ทั้ง
มีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ มีเวทนาอันมีรูปเป็น
แดนเกิดเป็นอเนกทวีขึ้น และมีจิตอันอภิชฌาและ
วิหิงสาเข้าไปกระทบ เมื่อบุคคลสั่งสมทุกข์อยู่
อย่างนี้ เรากล่าวว่าไกลนิพพาน ฯลฯ
[๑๓๘] บุคคลนั้นรู้ธรรมารมณ์แล้ว มีสติไม่กำหนัด
ในธรรมารมณ์ มีจิตคลายกำหนัดเสวยอารมณ์นั้น
ทั้งไม่มีความติดใจอารมณ์นั้นตั้งอยู่ บุคคลนั้นเมื่อ
รู้ธรรมารมณ์และเสวยเวทนาอยู่ ทุกข์สิ้นไปและ
ไม่สั่งสมทุกข์ โดยประการใด บุคคลนั้นเป็นผู้มีสติ
เที่ยวไปโดยประการนั้น เมื่อไม่สั่งสมทุกข์อยู่อย่าง
นี้ ฯลฯ เรากล่าวว่า ใกล้นิพพาน.
ดูก่อนมาลุกยบุตร เธอพึงเห็นเนื้อความแห่งธรรมที่กล่าวแล้วโดย ย่อนี้โดยพิสดารอย่างนี้แล.
[๑๓๙ ] ครั้งนั้นแล ท่านพระมาลุกยบุตรชื่นชมยินดีพระภาษิต ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ลุกจากอาสนะ ถวายอภิวาท กระทำประทักษิณ แล้วหลีกไป ครั้งนั้นแล ท่านพระมาลุกยบุตรเป็นผู้ๆ เดียว หลีกออก จากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว ไม่ช้าก็กระทำให้แจ้งซึ่ง ท สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมที่กุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิต