ตะพด. การระลึกถึงพระสูตรนั้น ๆ ในบรรดาพระสูตรทั้งหลายมี อนมตคฺ-
คิยสูตร เทวทูตสูตร อาทิตตสูตร อาสีวิสูปมสูตร อนาคตภยสูตร เป็นต้น ในเวลาที่จิตมุ่งหน้าสู่อารมณ์หยาบในภายนอก๑ แล้วหักห้ามจิตตุปบาทไว้ จากอารมณ์ที่หยาบ แล้วหยั่งลงในมูลกัมมัฏฐาน พึงทราบว่า เป็นเหมือน การตีโคด้วยไม้ตะพด ในเวลาที่มันบ่ายหน้าลงสู่ข้าวกล้า.๒
ด้วยเหตุนั้น พระโบราณาจารย์จึงได้กล่าวไว้ว่า :-
เพราะได้ฟังพระสูตรที่ตรัสดีแล้ว ใจจึงผ่อง
สงบ และจิตนั้นจะประสบปีติและสุข ในเวลานั้น
ใจของเธอจะดำรงอยู่ในอารมณ์ (แห่งกัมมัฏฐาน)
เหมือนโคที่กินข้าวกล้า ถูกหวดด้วยตะพดฉะนั้น.
บทว่า อุทุชิตํ แปลว่า จิตอันภิกษุข่มแล้ว. บทว่า สุทุชิตํ แปลว่า กายเป็นจิตอันภิกษุข่มไว้ดีแล้ว. อธิบายว่า อันเธอชนะแล้วด้วย
ดีบ้าง. บทว่า อุทุ สุทุ๓ นี้เป็นเพียงนิบาตท่านนั้น. บทว่า อชฺฌตฺตํ
แปลว่า มีอารมณ์เป็นภายใน. ในบทว่า สนฺติฏฺติ เป็นต้น มีอธิบายว่า สงบอยู่ด้วยอำนาจแห่งปฐมฌาน สงบนิง ด้วยอำนาจแห่งทุติยฌาน เป็นจิต มีธรรมอย่างเอกผุดขึ้น ด้วยอำนาจแห่งตติยฌาน ตั้งมั่นด้วยอำนาจแห่ง
๑. ปาฐะว่า ปุถุตฺตารมมณาภิมุขกาโล. อมนตคฆิย...ฉบับพม่าเป็น ปุถุตารมฺมณา
ภิมุขกาเล อนมตคฺคิย...แปลตามฉบับพม่า.
๒. ปาฐะว่า กิฏฺาภิมุขกาโล. ทณฺเฑน ฉบับพม่าเป็น กิฏาภิมุขกาเล ทณฺเฑน
แปลตามฉบับพม่า
๓. ปาฐะว่า อุรุ สุรุติ ฉบับพม่าเป็น อุทุ สุทุ และตรงตามฉบับพม่า.