ราชาพระราชทานให้เป็นผู้บำรุงเลี้ยงพวกเรา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง หมายเอาเรื่องนี้ จึงตรัสว่า อถ โข ภิกฺขเว ปุริโส ภีโต จตุนฺนํ อาสีวิสานํ ฯเปฯ ปลาเปถ ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล บุรุษนั้นกลัว ต่ออสรพิษเหล่านั้น ฯลฯ พึงหนีไปเสีย.
ก็เมื่อบุรุษนั้น ตรวจดูแล้วดูอึกซึ่งหนทางที่มาอย่างนั้นแล้วกำลัง หนีไป พระราชาทรงสดับว่า บุรุษนั้นหนีไปแล้ว จึงทรงดำริว่า ใครหนอ จักอาจติดตามไปฆ่าบุรุษนั้นได้ จึงเลือกได้คน ๕ คน ผู้เป็นศัตรูต่อบุรุษ นั้นนั่นแล้ว ทรงส่งไปด้วยดำรัสสั่งว่า พวกเธอจงไป จงติดตามไปฆ่าบุรุษ
นั้นเสีย. ลำดับนั้น เหล่าบุรุษผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อบุรุษนั้น ทราบเรื่อง
นั้นแล้วพึงได้บอก บุรุษนั้น กลัวเหลือประมาณ พึงหนีไป ท่านหมายเอา เนื้อความนี้ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุํ ดังนี้.
บทว่า อฏฺโ อนฺตรจโร วธโก ความว่า พวกอำมาตย์กราบทูล ว่า บุรุษโจรผู้นี้ ถูกพวกอสรพิษติดตามไปก่อน ลวงอสรพิษเหล่านั้น ท่าโน้นเท่านี้หนีไป บัดนี้เขาถูกศัตรู ๕ คน ติดตามก็หนีเตลิดไป ใคร ๆ ไม่อาจจะจับเขาได้อย่างนี้ แต่สามารถจะจับได้ด้วยการหลอกลวง เพราะ ฉะนั้น ขอทรงโปรดส่งคนผู้สนิทสนม เป็นคนภายในเคยกินเคยดื่มร่วมกัน ตั้งแต่รุ่นหนุ่มไปมอบแก่เพชฌฆาต พระราชาก็ทรงส่งเพชฌฆาตผู้สอดแนม ให้ไปเสาะหาเขา.
บทว่า โส ปสฺเสยฺย สุญฺํ คามํ ความว่า บุรุษโจรนั้นกลับ เหลียวดูเห็นอสรพิษทั้ง ๔ ศัตรูผู้ฆ่า ๕ คน กำลังสูดดมกลิ่นรอยเท้าไป โดยเร็ว เห็นเพชฌฆาตผู้สอดแนมคำรบ ๖ มาพูดเกลี้ยกล่อมว่า ดูราท่าน ผู้เจริญ ท่านจงกลับเสียอย่าหนีเลย บริโภคกามกับบุตรภรรยา ก็จักอยู่