กัจจายนะ ข้าพเจ้านี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น กับทั้งพระ- ธรรมและภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่านกัจจายนะโปรดจำข้าพเจ้าว่า เป็น อุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อนึ่ง ขอท่านกัจจายนะโปรดเข้าไปสู่สกุลของโลหิจจพราหมณ์ เหมือนอย่างที่ ท่านกัจจายนะเข้าไปสู่สกุลอุบาสกทั้งหลายในมักกรกฏนครเถิด มาณพ ทั้งหลายหรือมาณวิกาทั้งหลายเหล่าใดในสกุลของโลหิจจพราหมณ์นั้น จัก กราบไหว้ จักลุกขึ้นต้อนรับท่านกัจจายนะ หรือจักนำอาสนะ จักถวายน้ำ แก่ท่านกัจจายนะ สามีจิกรรม มีการกราบไหว้เป็นต้นนั้นจักมีประโยชน์ เกื้อกูล เพื่อความสุขตลอดกาลนาน แก่มาณพหรือมาณวิกาเหล่านั้น.
จบ โลหิจจสูตรที่ ๙
อรรถกถาโลหิจจสูตรที่ ๙
ในโลหิจจสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยด้งต่อไปนี้.
บทว่า มกฺกรกเฏ ได้แก่ ในนคร มีชื่ออย่างนั้น. บทว่า อรญฺกุฏิกายํ ได้แก่ ในกุฎีโดดเดี่ยว ที่เขาสร้างไว้ในป่า ไม่ใช่กระท่อม
ที่อยู่ท้ายวิหาร. บทว่า อนฺเตวาสิกมาณวกา ความว่า แม้ชนเหล่าใด
เป็นคนแก่ในที่นั้น ชนเหล่านั้น ท่านเรียกว่า มาณพ เหมือนกัน เพราะ
เป็นอันเตวาสิก. บทว่า เตนุปสงฺกมึสุ ความว่า มาณพเหล่านั้น
เรียนศิลปะแต่เช้า ครั้นเย็นคิดว่า เราจักนำฟืนมาให้อาจารย์ ดังนี้ เข้าป่า
แล้วเข้าไปทางกุฎีนั้น. บทว่า ปริโต ปริโต กุฏิกาย ความว่า โดยรอบ ๆ
กุฎีนั้น. บทว่า เสโลกสฺสกานิ ความว่า จับหลังกันและกันโดดเล่น
ให้กายร้อนเหงื่อไหลข้างโน้นข้างนี้.