สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๓๕๖ · ข้อ 302
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อุ. อย่างนั้น ท่านผู้มีอายุ.

อา. เหตุและปัจจัยที่อาศัยมโนวิญญาณเกิดขึ้น พึงดับไปหมดสิ้น

หาส่วนเหลือมิได้ มโนวิญญาณจะปรากฏบ้างหรือหนอ.

อุ. ไม่ปรากฏเลย ท่านผู้มีอายุ.

อา. ท่านผู้มีอายุ แม้โดยปริยายนี้แล มโนวิญญาณนี้ พระผู้มี-

พระภาคเจ้าตรัสบอก เปิดเผย ประกาศแล้วว่า แม้เพราะเหตุนี้ วิญญาณ นี้เป็นอนัตตา.

[๓๐๒] ท่านพระอุทายี บุรุษต้องการแก่นไม้ เที่ยวเสาะแสวงหา แก่นไม้ ถือเอาขวานอันคมเข้าไปสู่ป่า พบต้นกล้วยใหญ่ ตรง ใหม่ ใหม่ ในป่านั้น พึงตัดที่โคนต้นแล้วตัดที่ปลาย ครั้นแล้วลอกกาบออก แม้กระพี้ ที่ต้นกล้วยนั้นก็ไม่พบ ที่ไหนจะพบแก่นได้ ฉันใด ท่านพระอุทายี ภิกษุ จะพิจารณาหาตัวตนหรือสิ่งที่เป็นตัวตนในผัสสายตนะ ๖ ไม่พบ. ฉันนั้น เหมือนกัน เมื่อเล็งเห็นอยู่อย่างนี้ ก็ไม่ยืดถือสิ่งไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ยืดถือ ก็ไม่ดิ้นรน เมื่อไม่ดิ้นรน ก็ดับสนิทจำเพาะตน ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็น อย่างนี้มิได้มี.

จบ อุทายีสูตรที่ ๗

อรรถกถาอุทายีสูตรที่ ๗

ในอุทายีสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ .

บทว่า อเนกปริยาเยน ได้แก่ โดยเหตุเป็นอันมาก บาลีว่า อิติปายํ ดังนี้ก็มี. ในสูตรนี้ตรัสอนัตตลักขณะโดยความเป็นของไม่เที่ยง.

จบ อรรถกถาอุทายีสูตรที่ ๗

หัวข้อ (สรุปโดย AI) กามภูสูตรและอุทายีสูตร ว่าด้วยสังโยชน์และวิญญาณอนัตตา
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า