สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๒๑ · ข้อ 324
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระภัญญะแม้นั้น. ผู้กล่าวกลางคืน กล่าวตอนกลางคืนแล้วลุกขึ้น เหมือน

ทำสาครให้กะเพื่อม ท่านไม่รู้จักแม้บทสรภัญญะนั้น. ท่านผู้กล่าวตอน

ใกล้รุ่งกล่าวแล้วลุกขึ้น. ท่านก็ไม่รู้บทสรภัญญะแม้นั้น. ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่

ล้างหน้า น้อมบาตรและจีวรเข้าไปถวายพระเถระ เข้าไปภิกษาจารกล่าวกะ พระมหาเถระว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ผู้กล่าวตอนกลางวัน กล่าวชาดก

ชื่ออะไร. ท่านผู้กล่าวบทสรภัญญะ กล่าวสูตรอะไร. ผู้กล่าวกลางคืนกล่าว

ธรรมกถา ชื่ออะไร. ผู้กล่าวว่าตอนใกล้รุ่ง กล่าวชื่อชาดกอะไร. ชื่อว่า ขันธ์ทั้งหลาย มีเท่าไร ชื่อว่าธาตุทั้งหลาย มีเท่าไร ชื่อว่าอายตนะมี เท่าไร พระเถระเห็นปานนี้ ล่วงไป ๑ - ๒ ปี จึงได้เห็นภิกษุและได้ ฟังธรรม เช่นกับชุ่มด้วยน้ำ ในเมื่อห้วงน้ำหลากมา. บุคคลนั้นกลับจาก เยี่ยมพระสงฆ์ และการฟังธรรมอย่างนี้ อยู่ในที่ไกลถึงหยั่งลงสู่อริยมรรค นั่งบนทุ่นคือสมาธิก็ไม่สามารถจะบรรลุถึงสาคร คือพระนิพพานได้.

บุคคลผู้กล่าวด้วยเสียงอันไพเราะ พึงทราบเหมือนต้นไม้อ่อนอัน เกิดที่เกาะน้อย กลางแม่น้ำคงคา. จริงอยู่บุคคลนั้น เรียนชาดก มี เวสสันดรชาดกเป็นต้น ที่รู้จักกันแล้ว ไปปัจจันตชนบท อันเป็นที่เห็น ภิกษุได้ยาก อันชนผู้มีใจเลื่อมใสด้วยธรรมกถาในที่นั้นบำรุงอยู่ อยู่ใน วิหาร อันเป็นที่รื่นรมย์ดุจนันทนวัน มีต้นไม้ดอกผลสมบูรณ์ ที่เขาทำอุทิศ เฉพาะตน.

ลำดับนั้น เหล่าภิกษุผู้กล่าวภาณวาร ได้ฟังเรื่องนั้นของภิกษุนั้น แล้ว จึงไปในที่นั้นด้วยคิดว่า ได้ยินว่า ภิกษุชื่อโน้น มีจิตผูกพันใน อุปัฏฐากอย่างนี้อยู่ ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต สามารถเพื่อเรียนพุทธพจน์ หรือ