บทว่า สีลุตฺตมา ปุพฺพตรา อเหสุํ ความว่า พระเถระคิดว่า เมื่อกล่าวถึงคุณของผู้มีคุณ ความไม่มีคุณของผู้ไม่มีคุณก็จักปรากฏชัด เมื่อสรรเสริญคุณของพราหมณ์เก่า ๆ จึงได้กล่าวอย่างนั้น. บรรดาบท เหล่านั้น บทว่า สีลุตฺตมา แปลว่า ผู้มีศีลประเสริฐสุด. จริงอยู่ศีลของ พราหมณ์เหล่านั้นสูงสุด ไม่ใช่ชาติและโคตร. บทว่า เย ปุราณํ สรนฺติ ความว่า ชนเหล่าใดระลึกถึงธรรมของพราหมณ์เก่า ๆ บทว่า อภิภุยฺย โกธํ ความว่า บุคคลเหล่านั้นเป็นอันชื่อว่า ครอบงำความโกรธ ก็ชื่อว่ายัง ไม่รักษา ยังไม่คุ้มครองทวาร. บทว่า ธมฺเม จ ฌาเน จ รตา ความว่า ประพฤติในธรรมคือกุศลกรรมบถ ๑๐ ในฌานคือสมาบัติ ๘.
พระเถระครั้นแสดงคุณของพราหมณ์เก่า ๆ ทั้งหลายอย่างนี้แล้ว ครั้นบัดนี้ เมื่อจะย่ำยีความเมาของพราหมณ์ในยุคปัจจุบัน จึงกล่าวคำ . อาทิว่า อิเมว โวกฺกมฺม ชหามฺหเส ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โวกฺกมฺม ความว่า หลีกออกไปจากคุณเหล่านั้น. บทว่า ชหามฺหเส ความว่า พวกพราหมณ์ สำคัญว่า พวกเราเป็นพราหมณ์ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เป็นคนหลงโคตรอย่างนี้ว่า พวกเราเป็นพราหมณ์แล้วประพฤติไม่เรียบร้อย อธิบายว่า ทำกายกรรมเป็นต้นไม่เรียบร้อย. บทว่า ปุถุตฺตทณฺฑา ความว่า โทษตนเป็นอันมากอันคนเหล่านั้นถือเอาแล้วเหตุนั้นคนเหล่านั้น ชื่อว่า ปุถุตฺตทณฺฑา. อธิบายว่า ผู้มีโทษมีอย่างต่าง ๆ อันถือมั่นแล้ว. บทว่า ตสถาวเรสุ ได้แก่ ผู้มีตัณหาและผู้หมดตัณหา. ด้วยคำว่า อคุตฺตทฺวารสฺส ภวนฺติ โมฆา พระเถระแสดงว่า การสมาทานวัตร
ทั้งหมดย่อมเป็นโมฆะสำหรับผู้ไม่สำรวมทวาร. ถามว่า เหมือนอะไร.