สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๓๙๔ · ข้อ 317
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ราคะ เป็นส่วนหนึ่งแห่งธรรมายตนะ กาโมฆะ ภโวฆะ เป็นส่วนหนึ่ง แห่งสักกายะ ดังกล่าวนี้จัดเป็นสมุทัยสัจ, นิพพานกล่าวคือฝั่งโน้น จัดเป็น นิโรธสัจ, อริยมรรค จับเป็นมรรคสัจ.

ในสัจจะ ๔ นั้น สัจจะ ๒ ( ข้างต้น ) เป็นวัฏฏะ สัจจะ ๒ ( ข้างหลัง ) เป็นวิวัฏฏะ. สัจจะ ๒ ( ข้างต้น ) จัดเป็นโลกิยะ สัจจะ ๒ ( ข้างหลัง ) จัดเป็นโลกุตตระ, สัจจะ ๔ ดังกล่าวนี้ พึงแสดงจำแนก ด้วย อาการ ๑๖ ๖ หมื่นนัยและ ในเวลาจบเทศนา ภิกษุ ๕๐๐ รูป ผู้เป็น วิปจิตัญญู ดำรงอยู่ในพระอรหัต. แต่พระสูตร ทรงแสดง ด้วยอำนาจ ทุกขลักขณะ.

จบ อรรถกถาอาสีวิสสูตรที่ ๑

๒. รถสูตร

ว่าด้วยผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมมากด้วยความสุขโสมนัส

[๓๑๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ย่อมมากด้วยความสุขโสมนัสอยู่ในปัจจุบัน และย่อมเป็นอันภิกษุนั้น ปรารภเหตุเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน. คือ ภิกษุเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ รู้ประมาณในโภชนะ ๑ ประกอบความเพียรเป็นเครื่องตื่นอยู่ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเป็นผู้

คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายอย่างไร. ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูป

ด้วยจักษุแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวม จักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ