สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๐๒ · ข้อ 319
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ถือเอานกกระทำตัวหนึ่ง ตัดหน่อยหนึ่งแล้วใส่เข้าในพระโอษฐ์. ทันใดนั้น เอง เนื้อนกกระทาได้แผ่ซ่านตลอดเส้นประสาทเครื่องรับรส ๑๗,๐๐๐ ของ

พระราชานั้น. ในสมัยนั้น พระราชา ทรงระลึกถึงภิกษุสงฆ์ ทรงพระ

ดำริว่า ราชาผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน เช่นเรา ประสงค์จะกินเนื้อนกกระทำ ยิ่งไม่ได้ถึง ๓ ปี ภิกษุสงฆ์ผู้ ไม่ประมาท จักได้แต่ที่ไหน. จึงทรงคาย เนื้อชิ้นที่ใส่เข้าในพระโอษฐ์ลงที่พื้น บุตรอำมาตย์ คุกเข่าเอาปากรับ. พระราชา ตรัสว่า หลีกไปเสียพ่อ เรารู้ว่าท่านไม่มีความผิด ด้วยเหตุนี้ เอง เราจึงทิ้งก้อนเนื้อนี้ แล้วจึงตรัสว่า ท่านจงเก็บงำเนื้อนกกระทาที่เหลือ ไว้อย่างนั้นนั่นแล.

วันรุ่งขึ้น พระเถระผู้เป็นราชกุลุปกะ ( ประจำราชสกุล ) เข้าไป

บิณฑบาต. บุตรอำมาตย์เห็นท่านเข้า จึงรับบาตร ให้เข้าไปในกรุงราชคฤห์.

ภิกษุบวชเมื่อแก่ แม้รูปหนึ่ง ติดตามเข้าไป เหมือนปัจฉาสมณะของพระเถระ พระเถระสำคัญผิดว่า เป็นภิกษุที่ พระราชา รับสั่งให้เฝ้า แม้บุตรแห่งอำมาตย์ ก็สำคัญผิดไปว่า เป็นอุปัฏฐากของพระเถระ. พวกเจ้าหน้าที่ ให้ท่านนั่งแล้ว

ถวายข้าวยาคูแก่ท่านทั้งสองนั้น. เมื่อท่านดื่มข้าวยาคูแล้ว พระราชาได้

น้อมนกกระทาเข้าไปถวาย. แม้พระเถระก็รับตัวหนึ่ง. ฝ่ายอีกรูปหนึ่ง

ก็รับตัวหนึ่ง. พระราชาทรงพระดำริว่า ยังมีส่วนน้อยอยู่ส่วนหนึ่ง การไม่

บอกเล่าเสียก่อนแล้วเคี้ยวกิน ไม่สมควร ดังนี้แล้ว จึงบอกเล่าพระเถระ.

พระเถระหดมือ. พระเถระแก่ยื่นมือรับ. พระราชา ก็ไม่พอพระทัย จึงรับ

เอาบาตรแล้วตามส่งพระเถระ ผู้เสร็จภัตตกิจไป ตรัสว่า ท่านผู้เจริญ การที่ ท่านมาสู่เรือนตระกูล พาภิกษุแม้ผู้ศึกษาวัตรแล้วมา จึงควร ขณะนั้น พระเถระ รู้ว่าภิกษุรูปนี้พระราชามิได้รับสั่งให้เฝ้า.