สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๔๕๑ · ข้อ 331
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พึงเกิดอาพาธขึ้นในพระสรีระ. แม้ภิกษุสงฆ์ก็มาก ภิกษุสงฆ์นั้น ควร

จะได้โอกาสยืนและนั่ง เพราะฉะนั้นพระองค์จึงทรงส่งไปเพื่ออนุเคราะห์ ทั้ง ๒ อย่าง. บทว่า วิคตถีนมิทฺโธ ความว่า ได้ยินว่า ภิกษุทั้งหลาย ได้ยืนโงก นั่งโงกตลอด ๒ ยาม ในที่นั้น แต่ยามสุดท้ายอาหารย่อย คำว่า ภิกษุสงฆ์ปราศจากถีนะและมิทธะ (ไม่ง่วงนอน ) นั้น มิใช่เหตุ เพราะ

อาหารนั้นย่อยแล้ว. ความจริง ภิกษุสงฆ์ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้า

ทั้งหลาย ย่อมไม่มีความกระวนกระวายทางกายและทางจิต. วิการรูปมี ความเบากายและเบาจิตเป็นต้น ย่อมเกิดขึ้น เพราะเหตุนั้น ภิกษุเหล่านั้น ยืนก็ดี นั่งก็ดี ตลอด ๒ ยาม ฟังธรรมอยู่ ก็ปราศจากถีนะมิทธะ แม้ถึง ปัจฉิมยาม ก็ปราศจากถีนะ มิทธะ เหมือนกัน. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า วิคตถีนมิทฺโธ ดังนี้.

บทว่า ปิฏฺิ อาคิลายติ ถามว่า เพราะเหตุไร จึงเจ็บหลัง. แก้ว่า เพราะว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า เริ่มตั้งความเพียรใหญ่ ตลอด ๖ ปี ทรงมี

ทุกข์ทางกายแล้ว. ครั้นต่อมา เมื่อเวลาทรงพระชรา จึงเกิดโรคเจ็บหลังขึ้น

ข้อนี้มิใช่เหตุสำหรับพระองค์. แท้จริงพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสามารถข่ม

เวทนาที่เกิดขึ้นแล้ว ด้วยการนั่งขัดสมาธิรวดเดียว ตลอด ๑ สัปดาห์บ้าง ๒ สัปดาห์บ้าง. แต่มีพระประสงค์ จะทรงใช้สอยสัณฐาคารศาลา ด้วย อิริยาบถทั้ง ๔. ได้เสด็จดำเนินไปจากที่ชำระพระหัตถ์และพระบาท จนถึง

ธรรมาสน์. การเสด็จดำเนินไปในที่เท่านี้สำเร็จแล้ว. เสด็จถึงธรรมาสน์

( อาสนะนั่งแสดงธรรม ) แล้ว ประทับยืนหน่อยหนึ่งแล้วประทับนั่ง. การ