บทว่า ทุพฺพุฏฺิกา ความว่า ฝนตกเป็นครั้งคราว อธิบายว่า ฝนน้อย.
บทว่า มุทฺธา ท่านกล่าวถึงการนับด้วยหัวแม่มือ.
บทว่า คณนา ได้แก่การนับไม่ขาดสาย.
บทว่า สงฺขานํ ได้แก่การนับรวมโดยการบวกและการคูณเป็นต้น. ผู้ที่ชำนาญการนับรวมนั้น พอเห็นต้นไม้ ก็รู้ได้ว่า ในต้นนี้มีใบเท่านี้.
บทว่า กาเวยฺยํ ความว่า กิริยาที่กวีทั้ง ๔ พวก ดังที่ตรัสไว้ ดังนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กวีมี ๔ พวกเหล่านี้ คือ จินตากวี สุตกวี อรรถกวี ปฏิภาณกวี ดังนี้ แต่งกาพย์เพื่อเลี้ยงชีพ โดยความคิดของ ตนบ้าง โดยสดับเพราะได้ฟังเรื่องมีอาทิว่า ได้มีพระราชาพระนาม เวสสันดร ดังนี้บ้าง โดยเนื้อความอย่างนี้ว่า เรื่องนี้มีเนื้อความอย่างนี้ เราจักแต่งเรื่องนั้นอย่างนี้ ดังนี้บ้าง โดยปฏิภาณที่เกิดขึ้นตามเหตุการณ์ อย่างนี้ว่า เราได้เห็นเหตุการณ์บางอย่าง จักแต่งกาพย์ให้เข้ากันได้กับ
เรื่องนั้นบ้าง. เรื่องที่เกี่ยวกับโลกข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วเทียว.
ที่ชื่อว่า ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ได้แก่ให้ฤกษ์ทำพิธีอาวาหมงคลว่า ท่านทั้งหลายจงนำเจ้าสาวจากตระกูลโน้นมาให้เจ้าบ่าวผู้นี้โดยฤกษ์โน้น.
บทว่า วิวาหํ ความว่า ให้ฤกษ์ทำพิธีวิวาหมงคลว่า ท่านทั้งหลาย จงนำเจ้าสาวนี้ไปให้เจ้าบ่าวโน้นโดยฤกษ์โน้น เขาจักมีความเจริญ.
บทว่า สํวทนํ ความว่า ที่ชื่อว่าฤกษ์ส่งตัว ได้แก่พิธีทำให้ คู่บ่าวสาวปรองดองกันอย่างนี้ว่า วันนี้ฤกษ์ดี เธอทั้ง ๒ จงปรองดองกัน ในวันนี้แหละ เธอทั้ง ๒ จักไม่หย่าร้างกัน ด้วยประการฉะนี้.
ที่ชื่อว่า วิวทนํ ได้แก่ถ้าสามีภรรยาประสงค์จะหย่าร้างกัน ก็ดูฤกษ์