ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๕๔๑ · ข้อ 177
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เพราะเหตุนั้น มหาบุรุษลักษณะทั้งหลายจึงมีมาในเวททั้งหลายก่อน. แต่ เมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว ก็จะอันตรธานไปโดยลำดับ เพราะเหตุนั้น

บัดนี้จึงไม่มี. คำว่า ของมหาบุรุษ คือของคนผู้ใหญ่โดยคุณ มีความตั้งใจมั่น

ความถือมั่น ความรู้ และกรุณาเป็นต้น. คำว่า คติ ๒ เท่านั้น คือ ที่สุด ๒ อย่างเท่านั้น โดยแท้แล. คติศัพท์นี้เป็นไปในความแตกต่างแห่งภพ ในคำเป็นต้นว่า ดูก่อนสารีบุตร ภพมี ๕ เหล่านี้แล. เป็นไปในสถานที่ อาศัยอยู่ ในคำเป็นต้นว่า ป่ากว้างใหญ่ เป็นที่อาศัยอยู่ของหมู่เนื้อทั้งหลาย. เป็นไปในปัญญา ในคำเป็นต้นว่า ผู้มีปัญญามากหลายเช่นนี้ . เป็นไปใน ความแพร่หลาย ในคำเป็นต้นว่า คติคตํ. แต่ในที่นี้พึงทราบว่า เป็นไปใน

ที่สุด. ในลักษณะเหล่านั้น ผู้ประกอบด้วยลักษณะเหล่าใด ย่อมเป็น

พระราชาจักรพรรดิ ย่อมไม่เป็นพระพุทธเจ้าด้วยลักษณะเหล่านั้น โดยแท้. แต่ท่านกล่าวว่า ลักษณะเหล่านั้น ๆ โดยความเสมอกันแห่งชาติ. เพราะ เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ผู้ประกอบด้วยลักษณะเหล่าใด

บทว่า ถ้าอยู่ครองเรือน คือถ้าอยู่ในเรือน. บทว่า จะเป็นพระ ราชาจักรพรรดิ ความว่า ผู้ที่ชื่อว่าพระราชา เพราะทำให้ชาวโลกยินดี ด้วยอัจฉริยธรรม และสังคหวัตถุ ๔ อย่าง ผู้ที่ชื่อว่าจักรพรรดิ เพราะ ยังจักรรัตนะให้เป็นไป คือเป็นไปพร้อมกับจักรอันเป็นสมบัติ ๔ อย่าง

และยังคนอื่นให้เป็นไปด้วย. อนึ่ง ความเป็นไปแห่งอิริยาบถจักร เพื่อ

ประโยชน์แก่ผู้อื่นมีอยู่ในผู้นั้น ผู้นั้นชื่อว่าจักรพรรดิ. ก็ในคำทั้ง ๒ นี้ คำว่า ราชา เป็นคำสามัญธรรมดา. คำว่า จักรพรรดิ เป็นคำพิเศษ. ผู้ชื่อว่า ธรรมิกะ เพราะประพฤติโดยธรรม อธิบายว่า ประพฤติโดย ชอบยิ่ง คือโดยเหมาะสม. ผู้ชื่อว่า ธรรมราชา เพราะได้ราชสมบัติ โดยธรรม จึงได้เป็นพระราชา. อีกประการหนึ่ง ผู้ชื่อว่า ธรรมิกะ