ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๒๖๒ · ข้อ 90
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เคืองใจบ้าง ความขัดใจบ้าง แก่เราในข้อนั้นว่า เรื่องแม้เพียงเท่านี้

เราก็ไม่รู้. แม้ในพระบาลีนี้ ความเคืองใจ ได้แก่ความโกรธอย่างเพลา

ความขัดใจ ได้แก่ความโกรธอย่างแรง.

บทว่า ตํ มมสฺส อุปาทานํ โส มมสฺส วิฆาโต ความว่า ความพอใจและความติดใจทั้ง ๒ นั้นจะพึงเป็นอุปาทานของเรา ความ เคืองใจและความขัดใจทั้ง ๒ จะพึงเป็นความเดือดร้อนแก่เรา หรือ ทั้ง ๒ อย่าง เป็นอุปาทานด้วยอำนาจความยึดมั่น เป็นความลำบากใจ

ด้วยอำนาจความกระทบ. จริงอยู่ ความติดใจย่อมจับอารมณ์ โดยความ

ที่ไม่อยากจะปล่อย เหมือนปลิงเกาะ. ความเคืองใจย่อมจับอารมณ์ โดย ความที่อยากจะให้พินาศ เหมือนอสรพิษ และทั้ง ๒ นี้ ย่อมทำให้เดือด ร้อนด้วยอรรถว่า แผดเผาทั้งนั้น ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เป็นอุปาทาน

และว่าเป็นความลำบากใจ. คำที่เหลือเหมือนกับวาระแรกนั่นแล.

บทว่า ปณฺฑิตา ความว่า ผู้ประกอบด้วยคุณเครื่องเป็นบัณฑิต.

บทว่า นิปุณา ความว่า ผู้เจริญด้วยปัญญาอันละเอียดสุขุมสามารถ แทงตลอดอรรถอันพิเศษซึ่งละเอียดสุขุม.

บทว่า กตปรปฺปวาทา ความว่า เข้าใจการโต้วาทะและคุ้นเคย การโต้กับฝ่ายอื่น.

บทว่า วาลเวธิรูปา ความว่า เช่นกับนายขมังธนู ยิงถูกขนทราย.

บทว่า เต ภินฺทนฺตา มญฺเ ความว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมเที่ยวไปราวกับจะทำลายทิฏฐิของตนเหล่าอื่นแม้สุขุม ด้วยกำลังปัญญา ของตน ดุจนายขมังธนูยิงถูกขนทรายฉะนั้น.

บทว่า เต มํ ตตฺถ ความว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้น ซักไซ้