ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๔๓๕ · ข้อ 140
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จิต มีประการดังกล่าวแล้ว ดุจหุ่นยนต์เคลื่อนไหวมือเท้าได้ด้วยอำนาจ การชักสายใยฉะนั้น.

ก็การกำหนดรู้อย่างนี้ด้วยประการฉะนี้ พึงทราบว่าอสัมโมหสัม- ปชัญญะในการคู้เข้าหรือเหยียดออกนี้.

การใช้สอยโดยการนุ่งห่มสังฆาฏิและจีวร และโดยการรับภิกษาด้วย บาตรเป็นต้น ชื่อว่า ธารณะ ในบทว่า สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ นี้.

ในการใช้สอยสังฆาฏิบาตรและจีวรนั้น จะวินิจฉัยในการใช้สอย สังฆาฏิและจีวรก่อน.

การที่ภิกษุนุ่งหรือห่มเที่ยวบิณฑบาตได้อามิสมา คือประโยชน์มี ประการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่า เพื่อป้องกันหนาว ดังนี้นั่นแหละ ชื่อว่า ประโยชน์. พึงทราบสาตถกสัมปชัญญะ ด้วยอำนาจ ของประโยชน์นั้น.

ก็จีวรเนื้อละเอียดเป็นสัปปายะแก่ภิกษุขี้ร้อนและมีกำลังน้อย จีวร เนื้อหนา ๒ ชั้นเป็นสัปปายะแก่ภิกษุขี้หนาว. จีวรที่ตรงกันข้ามไม่เป็น

สัปปายะ. จีวรเก่าไม่เป็นสัปปายะแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเลย. ด้วยว่า จีวร

เก่านั้น ย่อมทำความกังวลแก่ภิกษุนั้น เพราะต้องคอยปะเป็นต้น. จีวร ชนิดผ้าลายสองเป็นต้น เป็นที่ตั้งแห่งความโลภ ทำให้กังวลเหมือนกัน . ด้วยว่า จีวรเช่นนั้น ย่อมทำอันตรายแก่ภิกษุผู้อยู่ในป่ารูปเดียว และอาจ ทำอันตรายถึงชีวิตก็ได้.

ก็จีวรใดเกิดขึ้นด้วยอำนาจมิจฉาชีพ มีนิมิตตกรรมเป็นต้น และ จีวรใดเมื่อภิกษุนั้นใช้สอย อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อมไป

จีวรนั้นเป็นอสัปปายะโดยตรง. จีวรที่ตรงกันข้าม เป็นสัปปายะ. ในที่นี้