ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๒๖๕ · ข้อ 90
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ขึ้นแห่งสัญญา.

บทว่า สนฺตตาย ความว่า เพื่อความสงบ.

คำที่เหลือในวาระนี้ ง่ายทั้งนั้น.

แม้วาทะของนักตรึก ก็พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้ว ดังนี้แล.

พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นแสดงปุพพันตกัปปิกทิฏฐิ ๑๘ ประการ อย่างนี้แล้ว บัดนี้มีพระประสงค์จะทรงแสดงอปรันตกัปปิกทิฏฐิ ๔๔ ประ- การ จึงตรัสพระบาลีมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มีสมณพราหมณ์ พวกหนึ่ง ดังนี้.

ในพระบาลีนั้น สมณพราหมณ์ที่ชื่อว่า อปรันตกัปปิกะ เพราะ กำหนดอปรันตะ กล่าวคือขันธ์ส่วนอนาคต ยึดถือ. อีกอย่างหนึ่ง ที่ชื่อว่า อปรันตกัปปิกะ เพราะมีการกำหนดขันธ์ส่วนอนาคต. แม้คำที่เหลือ ก็พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในเบื้องต้น ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า อุทฺธมาฆตนิกา ความว่า ความตาย เรียกว่า อาฆาตนะ สมณพราหมณ์ที่ชื่อว่า อุทฺธมาฆตนิกา เพราะกล่าวอัตตาเบื้องหน้าแต่ ความตาย.

วาทะที่เป็นไปว่า มีสัญญา ชื่อสัญญีวาทะ.

ในคำว่า อัตตาที่มีรูป เป็นต้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้

ย่อมบัญญัติอัตตานั้นว่า เบื้องหน้าแต่ความตาย อัตตาที่มีรูป ยั่งยืน มีสัญญา ดังนี้ เพราะยึดถือรูปกสิณว่า เป็นอัตตา และยึดถือสัญญา ที่เป็น ไปในรูปกสิณนั้น ว่าเป็นสัญญาของอัตตานั้น หรือเพราะเพียงแต่นึกเอา เท่านั้น ดุจพวกนอกศาสนามีอาชีวกเป็นต้น.

ในพระบาลีนั้น บทว่า อโรโค ความว่า เที่ยง.