ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๒๙๐ · ข้อ 92
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ท่านสัญชัยเวลัฏฐบุตร ปรากฏว่า เป็นเจ้าหมู่คณะ เจ้าคณะ เป็นคณา- จารย์มีชื่อเสียง มีเกียรติยศ เป็นเจ้าลัทธิ มหาชนยกย่องว่าดี เป็น คนเก่าแก่ บวชมานาน มีอายุล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ ขอพระองค์ เสด็จเข้าไปหาท่านสัญชัยเวลัฏฐบุตรนั้นเถิด เห็นด้วยเกล้า ฯ ว่า เมื่อ พระองค์เสด็จเข้าไปหาท่านนิครนถนาฏบุตร พระหฤทัยพึงเลื่อมใส เมื่อ อำมาตย์ผู้นั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว ท้าวเธอก็ทรงนิ่งอยู่

ราชอำมาตย์อีกคนหนึ่ง จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ท่านนิครนถนาฏบุตร ปรากฏว่าเป็นเจ้าหมู่ เจ้าคณะ เป็นคณาจารย์ มีชื่อเสียง มีเกียรติยศ เป็นเจ้าลัทธิ มหาชนยกย่องว่าดี เป็นคนเก่าแก่ บวชมานาน มีอายุล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ ขอพระองค์เสด็จเข้าหา ท่านนิครนถนาฏบุตรนั้นเถิด เห็นด้วยเกล้า ฯ ว่า เมื่อพระองค์เสด็จเข้า ไปหาท่านนิครนถนาฏบุตร พระหฤทัยพึงเลื่อมใส เมื่ออำมาตย์ผู้นั้น กราบทูลอย่างนี้แล้ว ท้าวเธอก็ทรงนิ่งอยู่.

( ๙๒) สมัยนั้น หมอชีวก โกมารภัจ นั่งนิ่งอยู่ในที่ไม่ไกล พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่า อชาตศัตรู เวเทหิบุตร ท้าวเธอจึงมี พระราชดำรัสกะหมอชีวก โกมารภัจ ว่า ชีวกผู้สหาย ทำไมเธอจึงนิ่ง เสียเล่า หมอชีวก โกมารภัจ กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระผู้มีภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ สวนอัมพวันของ ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๑,๒๕๐ รูป พระ เกียรติศัพท์อันงามของพระองค์ ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้โลก เป็นสารถีฝึกคน