ทำพิธีหย่าร้างอย่างนี้ว่า ท่านจงหย่าขาดกันในวันนี้แหละ ท่านจักไม่ร่วม กันอีก ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า สงฺกิรณํ ความว่า ดูฤกษ์ให้รวบรวมทรัพย์อย่างนี้ว่า ทรัพย์ที่ให้กู้ยืมก็ดี เป็นหนี้ก็ดี ท่านจงเรียกเก็บเสียในวันนี้ เพราะ ทรัพย์ที่เรียกเก็บในวันนี้นั้นจักถาวร.
บทว่า วิกิรณํ ความว่า ดูฤกษ์หาประโยชน์เองหรือให้คนอื่นหา ประโยชน์อย่างนี้ว่า ถ้าท่านต้องการจะหาประโยชน์ด้วยการลงทุนและให้ กู้ยืมเป็นต้น ทรัพย์ที่หาประโยชน์ในวันนี้จะเพิ่มเป็น ๒ เท่า ๔ เท่า.
บทว่า สุภคกรณํ ความว่า ดูฤกษ์ทำให้เป็นที่รัก ที่ชอบใจ หรือทำให้มีสิริ.
บทว่า ทุพฺภคกรณํ ความตรงกันข้ามกับบท สุภคกรณํ นั้น.
บทว่า วิรุทฺธคพฺภกรณํ ความว่า กระทำครรภ์ที่ตก ที่ทำลาย ที่แท้ง ที่ตาย อธิบายว่า ให้ยาเพื่อไม่ให้แม่เสียหายต่อไป.
ก็ครรภ์ย่อมพินาศด้วยเหตุ ๓ อย่าง คือ ลม เชื้อโรค กรรม. ในครรภ์พินาศ ๓ อย่างนั้น เมื่อครรภ์พินาศด้วยลม ต้องให้ยาเย็น ๆ สำหรับระงับ เมื่อพินาศด้วยเชื้อโรค ต้องต่อต้านเชื้อโรค แต่เมื่อพินาศ ด้วยกรรม แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็ไม่อาจจะห้ามได้.
บทว่า ชิวฺหานิพนฺธนํ ได้แก่ร่ายมนต์ผูกลิ้นไว้.
บทว่า หนุสํหนนํ ได้แก่ร่ายมนต์ผูกปาก ผูกไว้อย่างที่ไม่สามารถ จะให้คางเคลื่อนไหวได้.
บทว่า หตฺถาภิชปฺปนํ ได้แก่ร่ายมนต์ทำให้มือทั้ง ๒ สั่นรัว. ได้ยินว่า เมื่อยืนอยู่ภายใน ๗ ก้าว ร่ายมนต์นั้นแล้ว อีกคนหนึ่งจะมือ