ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๕๓๗ · ข้อ 177
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อันระงับได้แล้ว ด้วยอริยมรรคอย่างยอดเยี่ยม. เพราะเหตุนั้น คำว่า สมณะ นี้ จึงเป็นพระนามที่พระองค์ทรงได้รับตามพระคุณที่เป็นจริง. คำว่า ขลุ เป็นนิบาต ลงในอรรถว่า ได้ยินเล่าลือกันมา. คำว่า โภ เป็นเพียงคำ

เรียกชื่อที่ได้รับกันมาตามกำเนิดของพราหมณ์. สมจริงดังที่ท่านกล่าว

ไว้ว่า

ถ้าเขายังเป็นผู้มีความกังวลอยู่ เขาผู้นั้นย่อมมีชื่อเรียกได้ว่าผู้เจริญ.

พราหมณ์ยกย่องพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า โคตมะ ด้วยอำนาจแห่ง โคตร เพราะฉะนั้น ในคำว่า สมโณ ขลุ โภ โคตโม พึงเห็นเนื้อ ความดังนี้ว่า ได้ยินว่า พระสมณะโคตมโคตร.

ส่วนคำว่า เป็นพระราชโอรสของศากยวงศ์ นี้ เป็นคำชี้ชัดถึงพระ

ตระกูลอันสูงศักดิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. คำว่า ทรงผนวชจากตระกูล

ศากยวงศ์ เป็นคำแสดงให้เห็นถึงการที่พระองค์ทรงผนวชด้วยศรัทธา อธิบายว่า พระองค์มิได้ทรงถูกความขาดแคลนใด ๆ บีบบังคับ ทรงละ ตระกูลนั้นทั้ง ๆ ที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ ทรงผนวชด้วยศรัทธา. ต่อจากนี้

ไปก็มีใจความดังกล่าวแล้วนั่นแหละ. คำว่า ตํ โข ปน เป็นต้น ได้

กล่าวไว้แล้วเหมือนกับในสามัญญผลสูตร.

คำว่า เป็นการยังประโยชน์ให้สำเร็จ อธิบายว่า เป็นการดีทีเดียว คือ นำประโยชน์มาให้ นำความสุขมาให้. บทว่า พระอรหันต์เห็นปาน ฉะนี้ คือ พระอรหันต์ผู้ได้เสียงเรียกว่า พระอรหันต์ในโลก เพราะ บรรลุคุณธรรมตามเป็นจริง เช่นเดียวกับพระโคดมผู้เจริญนั้น. บทว่า การได้เห็น ความว่า พราหมณ์กระทำความน้อมนึกไปอย่างนี้ว่า เพียงแต่ว่า การลืมตาทั้ง ๒ ข้าง ที่เยือกเย็นด้วยความเลื่อมใสขึ้นมองดู ก็เป็นการ.