อีกนัยหนึ่ง บทว่า ราชโภคํ ความว่า เป็นนครที่พราหมณ์สั่งให้ลง โทษด้วยการตัดอวัยวะและการทำลายอวัยวะทุกอย่างได้ เมื่อจะเก็บภาษีใน สถานที่มีท่าเรือและภูเขาเป็นต้น จะต้องกางกั้นเศวตฉัตรขึ้นเป็นพระราชา
ครอบครอง. ในบทนี้ว่า นครนั้นพระราชาทรงพระนามว่า ปเสนทิโกศล
พระราชทานให้เป็นราชรางวัล ความว่า นครนั้นเพราะพระราชาพระ ราชทานให้ จึงชื่อว่า ราชทายะ. ก็เพื่อที่จะแสดงพระราชาผู้พระราชทาน ท่านจึงกล่าวคำนี้ว่า พระราชาทรงพระนามว่า ปเสนทิโกศล พระราชทาน
ให้. บทว่า พฺรหฺมเทยฺยํ แปลว่าของพระราชทานอันประเสริฐสุด. อธิบาย
ว่า เป็นของที่พระราชทานแล้ว โดยประการที่ว่า พระราชทานแล้ว จะ ทรงเรียกคืนไม่มี คือ ทรงสละให้เด็ดขาด ได้แก่ บริจาคไปเลย.
บทว่า อสฺโสสิ แปลว่า ได้สดับตรับฟังมา คือ ได้ประสบมา ได้แก่ ได้ทราบมา โดยท่านองคำประกาศก้องที่มาถึงโสตทวาร. คำว่า โข เป็นนิบาต ลงในอรรถอวธารณะ (กำหนดแน่นอนเช่นพวกเอวศัพท์) หรือเป็นนิบาตลงไว้เพียงเป็นบทบูรณ์ (ทำบทให้เต็มเฉยๆ ). ใน ๒ คำนั้น ด้วยอรรถอวธารณะ พึงทราบคำอธิบายดังนี้ว่า พราหมณ์นั้นได้สดับตรับ ฟังมาโดยแท้จริงทีเดียว คือมิได้มีสิ่งขัดขวางต่อการได้ยิน. ด้วยบทบูรณ์ คำนี้เป็นเพียงใส่ไว้เพื่อให้บทและพยัญชนะสละสลวยขึ้นเท่านั้นเอง บัดนี้ พราหมณ์ชื่อ โปกขรสาติ เมื่อจะประกาศเนื้อความที่ตนได้สดับตรับฟังมา จึงได้กล่าวถ้อยคำนี้ว่า ได้สดับมาว่า พระสมณโคดมผู้เจริญ.
พึงทราบเนื้อความในบทเหล่านั้นว่า บุคคลที่ชื่อสมณะ ก็เพราะมี
บาปอันระงับแล้ว. สมกับที่ท่านกล่าวไว้ว่า ธรรมที่เป็นบาปเป็นอกุศล
ของบุคคลนั้น ระงับไปแล้ว. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นผู้มีบาป