อำมาตย์เหล่านั้นแล้ว มีพระราชดำริว่า เราไม่ต้องการฟังคำพูดของผู้ใด ๆ ผู้นั้น ๆ ย่อมพูดพล่ามไปหมด ส่วนคำพูดของผู้ใดที่เราต้องการฟัง เขา ผู้นั้นกลับนิ่งอยู่ เหมือนครุฑถูกฤทธิ์นาคเข้าไปแล้วยืนนิ่ง เสียหายแล้ว สิเรา ครั้นแล้วทรงพระดำริว่า หมอชีวกเป็นอุปัฏฐากของพระผู้มี พระภาคเจ้าผู้สงบระงับ แม้ตัวเองก็สงบระงับ ฉะนั้น จึงนั่งนิ่ง เหมือนภิกษุที่สมบูรณ์ด้วยวัตร หมอชีวกนี้ เมื่อเราไม่พูด ก็จักไม่พูด ก็เมื่อจะจับช้าง ควรจะจับเท้าช้างนั่นแหละ จึงทรงปรึกษากับหมอชีวก
นั้นด้วยพระองค์เอง. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข ราชา
ดังนี้.
ในพระบาลีนั้น บทว่า กึ ตุณฺหี ความว่า นิ่งเพราะเหตุไร พระราชาตรัสถามว่า เมื่ออำมาตย์เหล่านี้กล่าวคุณแห่งสมณะผู้เป็นกุลุปกะ ของตน ๆ อยู่ ปากไม่พอกล่าว สมณะที่เป็นกุลุปกะของท่านเหมือนอย่าง ของอำมาตย์เหล่านี้ ไม่มีหรือ ท่านเป็นคนจนหรือ พระบิดาของเรา ประทานความเป็นใหญ่แก่ท่านแล้วมิใช่หรือ หรือว่าท่านไม่มีศรัทธา.
ลำดับนั้น หมอชีวก จึงคิดในใจว่า พระราชาพระองค์นี้ให้เรา กล่าวคุณแห่งสมณะผู้เป็นกุลุปกะ บัดนี้เราไม่ใช่เวลาที่เราจะนิ่ง เหมือน อย่างว่า อำมาตย์เหล่านี้ถวายบังคมพระราชาแล้วนั่งลงกล่าวคุณของสมณะ ผู้กุลุปกะของตน ๆ ฉันใด เราจะกล่าวคุณของพระศาสดาของเราเหมือน อย่างอำมาตย์เหล่านี้หาควรไม่ ดำริพลางลุกขึ้นจากอาสนะหันหน้าไปทาง ที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ประคองอัญชลีซึ่งรุ่งเรื่องไปด้วยทศนัขสโมธานเหนือพระเศียร แล้ว ทูลว่าข้าแต่พระมหาราช ขอพระองค์อย่าทรงเข้าพระทัยว่า ชีวกนี้จะพาไป