ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๓๙ · ข้อ 44
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บรรพชิต เมื่อออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต อาศัยความเพียรเป็นเครื่อง เผากิเลส อาศัยความเพียรที่ตั้งมั่น อาศัยการประกอบเนือง ๆ อาศัยความ ไม่ประมาท อาศัยมนสิการโดยชอบ แล้วสัมผัสเจโตสมาธิอันเป็นเครื่อง ให้จิตตั้งมั่น ย่อมระลึกถึงความเกิดขึ้นแห่งสัญญาได้ เกินกว่านั้นไประลึก

ไม่ได้. เขากล่าวอย่างนี้ว่า อัตตาและโลกเกิดขึ้นลอย ๆ. ข้อนั้นเพราะ

เหตุไร. เพราะเมื่อก่อนข้าพเจ้าไม่ได้มีแล้ว เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้านั้นก็ไม่มี

จึงน้อมไปเพื่อความเป็นผู้สงบ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ ๑ ที่

สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง อาศัยแล้ว ปรารภแล้ว มีความเห็นว่า อัตตา และโลกเกิดขึ้นลอย ๆ ย่อมบัญญัติอัตตาและโลก ว่าเกิดขึ้นลอย ๆ.

(๔๔) ๑๘.๒ อนึ่งในฐานะที่ ๒ สมณพราหมณ์ผู้เจริญ อาศัย อะไร ปรารภอะไร จึงมีความเห็นว่า อัตตาและโลกเกิดขึ้นลอย ๆ บัญญัติ อัตตาและโลก ว่าเกิดขึ้นลอย ๆ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือ พราหมณ์พวกหนึ่งในโลกนี้เป็นนักตรึก เป็นนักตรอง. เขากล่าวแสดง ปฏิภาณเอาเองตามที่ตรึกได้ ตามที่ตรองได้อย่างนี้ว่า อัตตาและโลกเกิด ขึ้นลอย ๆ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นฐานะที่ ๒ ที่สมณพราหมณ์ พวกหนึ่ง มีความเห็นว่า อัตตาและโลกเกิดขึ้นลอย ๆ ย่อมบัญญัติอัตตา และโลก ว่าเกิดขึ้นลอย ๆ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์มีความเห็นว่า อัตตาและโลก เกิดขึ้นลอย ๆ ย่อมบัญญัติอัตตาและโลก ว่าเกิดขึ้นลอย ๆ ด้วยวัตถุ ๒

นี้แล. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มี

ความเห็นว่า อัตตาและโลกเกิดขึ้นลอย ๆ ย่อมบัญญัติอัตตาและโลก ว่าเกิด ขึ้นลอย ๆ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมบัญญัติด้วยวัตถุ ๒