หรือถือเอาสัตวโลกทั้งหมดที่เหลือลง.
อีกอย่างหนึ่ง ในบทเหล่านี้ ด้วยคำว่า สเทวกะ ท่านกล่าวถึง ความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำโลกทั้งปวงให้แจ้งโดยกำหนดอย่างสูง. ลำดับนั้น ชนเหล่าใดมีความคิดว่า วสวัตดีมาร ผู้มีอานุภาพมาก เป็นใหญ่
ในสวรรค์ชั้นกามาพจร. วสวัตดีมาร แม้นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง
ทำให้แจ้งด้วยหรือ. เมื่อจะกำจัดความสงสัยของชนเหล่านั้น ท่านจึงกล่าว
ว่า สมารกํ ดังนี้ .
ก็ชนเหล่าใดมีความคิดว่า พรหมผู้มีอานุภาพใหญ่ แผ่แสงสว่างไป ในพันจักรวาลด้วยองคุลีหนึ่ง__ ด้วย ๒ องคุลี แผ่แสงสว่างไปในหมื่น จักรวาลด้วย ๑๐ องคุลี และเสวยสุขในฌานสมาบัติชั้นยอดเยี่ยม พรหม แม้นั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้แจ้งด้วยหรือ เมื่อจะกำจัดความสงสัย ของชนเหล่านั้น ท่านจึงกล่าวว่า สพฺรหฺมกํ ดังนี้.
ลำดับนั้น ชนเหล่าใดคิดว่า สมณพราหมณ์เป็นอันมากที่เป็นข้าศึก ต่อพระศาสนา สมณพราหมณ์แม้เหล่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำให้ แจ้งด้วยหรือ เมื่อจะกำจัดความสงสัยของชนเหล่านั้น ท่านจึงกล่าวว่า สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงประกาศความที่พระองค์ทรงทำฐานะ ชั้นสูงทั้งหลายให้แจ้งแล้ว ลำดับนั้นเมื่อจะทรงประกาศความที่พระองค์ ทรงทำสัตวโลกที่เหลือจนชั้นสมมติเทพและมนุษย์ที่เหลือลงทั้งหลายด้วย กำหนดอย่างสูง จึงตรัสว่า สเทวมนุสฺสํ ดังนี้ นี้เป็นลำดับการขยาย ความในที่นี้.
ก็พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า บทว่า สเทวกํ ได้แก่โลก