ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๒๔๖ · ข้อ 90
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ตรึกไปตามทางนั้น ๆ.

บทว่า วิมํสานุจริตํ ความว่า ดำเนินตามปัญญาพิจารณา มีประการ ที่กล่าวแล้วนั้น.

บทว่า สยํ ปาฏิภาณํ ความว่า เกิดแต่ปฏิภาณของตนเท่านั้น.

บทว่า เอวมาห ความว่า ยึดสัสสตทิฏฐิ จึงกล่าวอย่างนี้.

ในพระบาลีนั้น นักตรึก มี ๔ จำพวก คือ

๑. อนุสฺสติโก นึกตามที่ได้ฟังเรื่องราวมา

๒. ชาติสฺสโร นึกโดยระลึกชาติได้

๓. ลาภี นึกเอาแต่ที่นึกได้

๔. สุทฺธตกฺกิโก นึกเอาลอย ๆ

ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ใดฟังเรื่องราวมาว่า ได้มีพระราชาพระนามว่า เวสสันดร ดังนี้เป็นต้น แล้วก็นึกเอาว่า ด้วยเหตุนั้นแหละ ถ้าพระผู้มี พระภาคเจ้า คือ พระเวสสันดร อัตตาก็เที่ยง ดังนี้ ถือเป็นทิฏฐิ ผู้นี้ ชื่อว่า นึกตามที่ได้ฟังเรื่องราวมา.

ผู้ที่ระลึกชาติได้ ๒ - ๓ ชาติ แล้วนึกเอาว่า เมื่อก่อน เรานี่แหละ ได้มีมาแล้วในที่ชื่อโน้น ฉะนั้น อัตตาจึงเที่ยงดังนี้ ชื่อว่า นึกโดยระลึก ชาติได้.

อนึ่ง ผู้ใดนึกเอาว่า อัตตาของเราในบัดนี้ มีความสุขอยู่ฉันใด แม้ในอดีตก็ได้มีความสุขมาแล้ว แม้ในอนาคตก็จักมีความสุขเหมือน ฉันนั้น ถือเป็นทิฏฐิโดยที่ได้แก่ตัว ผู้นี้ชื่อว่า นึกเอาแต่ที่นึกได้.

อนึ่ง ผู้ที่ยึดถือโดยเพียงแต่นึกเอาเองเท่านั้น ว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็จะเป็นอย่างนี้ ดังนี้ ชื่อว่า นึกเอาลอย ๆ.