ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๔๑๔ · ข้อ 140
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

งดเว้นจากปาณาติบาตแม้นี้ ก็เป็นศีลของสมณะนั้นเหมือนกัน. คำที่เหลือ พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในพรหมชาลสูตรนั่นแหละ.

บทว่า อิทมสฺส โหติ สีลสฺมึ ความว่า นี้เป็นศีลของภิกษุนั้น.

บทว่า น กุโตจิ ภยํ สมนุปสฺสติ ยทิทํ สีลสํวรโต ความว่า ภัย เหล่าใดที่มีความไม่สำรวมเป็นมูลย่อมเกิดขึ้น บรรดาภัยเหล่านั้น ภัยที่ พึงมีเพราะศีลสังวรนั้น ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีลจะไม่ประสบแต่ที่ไหน ๆ

แม้เพราะสำรวมอย่างเดียว. เพราะเหตุไร เพราะไม่มีภัยที่มีความไม่สำรวม

เป็นมูล เพราะความสำรวม.

บทว่า มุทฺธาวสิตฺโต ความว่า รดบนพระเศียรด้วยขัตติยาภิเษก ที่จัดไว้ตามพิธี.

บทว่า ยทิทํ ปจฺจตฺถิกโต ความว่า ย่อมไม่ประสบภัยที่จะพึงมีแม้ จากศัตรูคนหนึ่งแต่ที่ไหน ๆ. เพราะเหตุไร เพราะกำจัดปัจจามิตรได้แล้ว.

บทว่า อชฺฌตฺตํ ได้แก่ภายในของตน อธิบายว่า ในสันดาน ของตน.

บทว่า อนวชฺชสุขํ ความว่า ไม่มีโทษ คือไม่มีใครติได้ เป็น

กุศล. ภิกษุผู้มีศีลสมบูรณ์ย่อมเสวยสุขทั้งทางกายทางใจ อันธรรมคือความ

ไม่เดือดร้อน ความปราโมทย์ ความอิ่มใจ และความสงบ ซึ่งมีศีลเป็น ปทัสถานผสมอยู่.

ข้อว่า เอวํ โข มหาราช ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน นาม โหติ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงศีลกถาจบลงว่า ภิกษุผู้ประกอบ ด้วยศีล ๓ อย่าง ที่ทรงแสดงพิสดารติดต่อกันอย่างนี้ ชื่อว่าเป็นผู้มีศีล สมบูรณ์.