ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๑ · หน้า ๕๖๙ · ข้อ 177
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แขกทั้งหลาย หรือว่าในภัตที่เขาทำไว้เป็นบรรณาการ. บทว่า อปินุสฺส คือสำหรับโอรสกษัตริย์นั้น บ้างไหมหนอ. บทว่า อาวฏํ วา อสฺส อนาวฏํ วา คือในหญิงสาวตระกูลพราหมณ์พึงมีการห้าม หรือไม่มีการ ห้าม ความว่า โอรสกษัตริย์จะพึงได้กับเด็กหญิงตระกูลพราหมณ์หรือไม่

พึงได้. บทว่า อนุปปนฺโน ความว่า ไม่ถึงวงศ์กษัตริย์ คือไม่บริสุทธิ์.

บทว่า อิตฺถิยา วา อิตฺถึ กริตฺวา คือแสวงหาหญิงกับหญิงหรือ. บทว่า กิสฺมิญฺจิเทว ปกรเณ คือในการกระทำสิ่งที่ไม่ควรทำที่เป็นโทษ บางอย่าง ซึ่งสมควรแก่พราหมณ์ทั้งหลาย. บทว่า ด้วยห่อขี้เถ้า ความว่า เอาห่อขี้เถ้าโปรยขี้เถ้าบนศีรษะ.

บทว่า ชเนตสฺมึ คือในฝูงชน ความว่า ในหมู่ประชาชน. บทว่า เย โคตฺตปฏิสาริโน ความว่า ในฝูงชน ผู้ใดเที่ยวอวดอ้างในเรื่องโคตรว่า ข้าพเจ้าเป็นโคตมโคตร ข้าพเจ้าเป็นกัสสปโคตร ในเขาเหล่านั้น ผู้เที่ยว อวดอ้างในเรื่องโคตรในโลก กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐ. บทว่า อนุมตา มยา ความว่า คาถานี้ สนังกุมารพรหมแสดงเทียบได้กับพระสัพพัญญุต- ญาณของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงยอมรับ.

ก็ด้วยคาถานี้ อัมพัฏะได้ยินบทนี้ว่า ผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชาและ จรณะ จึงคิดว่า เวทสามชื่อว่า วิชชา ศีลห้าชื่อว่า จรณะ วิชชาและ จรณะนี้นี่ของเราเองก็มี หากว่าผู้สมบูรณ์ด้วยวิชชา และจรณะ เป็นผู้ ประเสริฐสุด ตัวเรานี้ก็นับว่าประเสริฐสุดได้ เขาถึงความตกลงใจแล้ว เมื่อจะทูลถามถึงวิชชาและจรณะ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้นเป็นไฉน. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงมีพระประสงค์จะปฏิเสธวิชชาและจรณะที่ประกอบด้วยวาทะปรารภเชื้อ