สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๑๓๙ · ข้อ 122
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ไม่พึงสำคัญแต่ขันธ์ ธาตุและอายตนะ ไม่พึงสำคัญว่า ขันธ์ ธาตุ และ อายตนะของเรา เธอเมื่อไม่สำคัญอย่างนี้ ย่อมไม่ถือมั่นสิ่งอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่น ย่อมไม่สะดุ้ง เมื่อไม่สะดุ้ง ย่อมดับสนิทเฉพาะตนทีเดียว ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.

จบ ทุติยเอชสูตรที่ ๘

อรรถกถาปฐมเอชสูตรที่ ๗- ทุติยเอชสูตรที่ ๘

ในปฐมเอชสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า เอชา ได้แก่ ตัณหา. ตัณหา แม้นั้น ท่านเรียกว่า เอชา

เพราะอรรถว่า. หวั่นไหว. อนึ่ง เอชา นั้น ชื่อว่า โรคะ เพราะอรรถ

เบียดเบียน. ชื่อว่า คัณฑะ ฝี เพราะอรรถว่า ประทุษร้ายในภายใน.

ชื่อว่า สัลละ ลูกศร เพราะอรรถว่า ตัด. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่เอชา ชื่อว่า เป็นตัวตัณหา เป็นตัวโรค และเป็นลูกศร

ฉะนั้น. คำว่า จกฺขุ น มฺเยฺย เป็นต้น มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

สูตรทั้งหมด ท่านจัดไว้ในหนหลังชักมาแสดงไว้แม้ในที่นี้. สูตรที่ ๘ มีนัย ดังกล่าวแล้วนั่นแล.

จบ อรรถกถาปฐมเอชสูตรที่ ๗ - ทุติยเอชสูตรที่ ๘

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ปฐมเอชสูตร-ทุติยเอชสูตร: ความหวั่นไหว (ตัณหา) เป็นโรคเป็นฝีเป็นลูกศร ภิกษุไม่พึงสำคัญมั่นหมายอายตนะ ๖
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า