สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๑๔๘ · ข้อ 572
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จมน้ำไป. มหาชนก็มีความสวัสดี. พระศาสดาเมื่อทรงแสดงบุรพกรรมของพก

พรหมแม้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลุทฺเธน ได้แก่

ผู้ร้ายกาจ. บทว่า มนุสฺสกมฺปา ความว่า เพราะความเอ็นดูต่อมนุษย์

อธิบายว่า เพราะความประสงค์จะปลดเปลื้องพวกมนุษย์.

สมัยต่อมา พกพรหมนั้นบวชเป็นฤาษี ได้เป็นดาบสชื่อเกสวะ. สมัยนั้น พระโพธิสัตว์ของพวกเราเป็นมาณพชื่อว่า กัปปะ เป็นศิษย์ของท่าน เกสวะ ปฏิบัติรับใช้อาจารย์ ประพฤติเป็นที่ชอบใจ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา

ได้เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งอรรถะ. เกสวดาบสไม่อาจจะอยู่แยกกับเธอได้. อาศัยเธอ

เท่านั้นเลี้ยงชีพ. พระศาสดาเมื่อทรงแสดงบุรพกรรมของพกพรหมแม้น จึงตรัส

คาถาที่ ๔.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏจโร ได้แก่ อันเตวาสิก. ก็กัปป-

มาณพนั้นเป็นหัวหน้าอันเตวาสิก. บทว่า สมฺพุทฺธิวนฺตํ วตินํ อมญฺึ

ความว่า กัปปมาณพสำคัญเขาว่า ท่านเกสวะนี้มีปัญญาสมบูรณ์ด้วยวัตรโดยชอบ จึงแสดงว่า โดยสมัยนั้น เรานั้นได้เป็นอันเตวาสิกของท่าน. บทว่า อญฺเปิ ชานาสิ ความว่า มิใช่รู้เฉพาะอายุของข้าพระองค์อย่างเดียวเท่านั้น แม้สิ่ง อื่น ๆ พระองค์ก็รู้. บทว่า ตถา หิ พุทฺโธ ความว่า เพราะพระองค์เป็น พระพุทธเจ้า คือเพราะเป็นพระพุทธเจ้า ฉะนั้น พระองค์จึงทรงทราบ. บทว่า ตถา หิ ตฺยายํ ชลิตานุภาโว ความว่า ก็เพราะพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า อย่างนี้ ฉะนั้น พระองค์จึงมีอานุภาพรุ่งเรื่อง. บทว่า โอภาสยํ ติฏฺติ ความว่า ทำพรหมโลกทั้งปวงให้สว่างไสวดำรงอยู่.

จบอรรถกถาพกสูตรที่ ๔

หัวข้อ (สรุปโดย AI) พกสูตร: พระพุทธเจ้าทรงทรมานพกพรหมผู้เห็นผิดว่าพรหมโลกเที่ยงแท้ถาวร
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า