สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๒๘๖ · ข้อ 701 702 703
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ความว่าพวกไหนพึงเป็นผู้ควรเพื่อแสดงความนบนอบ. ด้วยคาถานี้ว่า อรหนฺเต

เป็นต้น ทรงแสดงปูชนียบุคคล โดยยกพระองค์เป็นตัวอย่าง เพราะพระองค์ เป็นผู้ฉลาดในเทศนา.

จบอรรถกถามานัตถัทธสูตรที่ ๕

๖. ปัจจนิกสูตร

ว่าด้วยคำอันเป็นสุภาษิต

[๗๐๑] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี สมัยนั้น พราหมณ์มีนามว่า ปัจจนิกสาตะ อาศัยอยู่ในกรุงสาวัตถี ปัจจนิกสาตพราหมณ์มีความดำริว่า อย่ากระนั้นเลย เราพึงเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมยังที่ระทับเถิด พระสมณโคดม จักตรัสคำใด ๆ เราจักเป็นข้าศึกคำนั้น ๆ ดังนี้.

[๗๐๒] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง ลำดับนั้น ปัจจนิกสาตพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับแล้ว เดินตามพระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งกำลังเสด็จจงกรมอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าว่า ขอท่านพระสมณะจงตรัสธรรม.

[๗๐๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

คำอันเป็นสุภาษิต อันบุคคลผู้ยินดี

จะเป็นข้าศึก มีจิตเศร้าหมอง มากไปด้วย

ความแข่งดี จะรู้แจ้งด้วยดีไม่ได้ ส่วนว่า

หัวข้อ (สรุปโดย AI) มานัตถัทธสูตร พราหมณ์ผู้ถือตัวไม่ไหว้ใคร พระพุทธเจ้าทรงปราบมานะด้วยพระดำรัสเดียว
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า