ในข้อนั้น มีอธิบายดังนี้ว่า เพราะท่านไม่ได้รับอนุญาตเรา เข้าไปยังที่อยู่ของ เราแล้ว ยังนั่งในท่ามกลางเรือนสนมเหมือนเจ้าของเรือน ข้อนี้คือการบริโภค สิ่งที่เขาไม่ได้ และการคลุกคลีกับหญิง ไม่ควรแก่สมณะ ฉะนั้น ถ้าท่าน ตั้งอยู่ในสมณธรรม ขอท่านจงออกไปเถิดสมณะ. ส่วนอาจารย์บางคนกล่าวว่า อนึ่ง อาฬวกยักษ์นี้แล กล่าวคำหยาบอื่นเหล่านั้นแล้ว จึงได้กล่าวคำนี้อย่างนี้.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรู้ว่า เพราะอาฬวกยักษ์ เป็น ผู้กระด้าง ใครไม่อาจแนะนำด้วยความกระด้างตอบได้ เพราะว่า เขาเมื่อใคร ทำความกระด้างตอบ ก็กลับเป็นผู้กระด้างขึ้นกว่า เหมือนคนราดน้ำดีที่ จมูกของสุนัขดุร้าย สุนัขนั้น พึงดุร้ายขึ้นโดยประมาณยิ่งฉะนั้น ส่วนอาฬวก ยักษ์ อาจแนะนำได้ด้วยควานอ่อนโยนดังนี้ ทรงรับคำเป็นที่รักของอาฬวกยักษ์ นั้น ด้วยพระดำรัสเป็นที่รักว่า ดีละ ผู้มีอายุ แล้วจึงเสด็จออกไป. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็เสด็จออกไป ด้วยพระดำรัสว่า ดีละ ผู้มีอายุ.
แต่นั้น อาฬวกยักษ์ เป็นผู้มีจิตอ่อนด้วยคิดว่า สมณะนี้ หนอว่าง่าย พูดคำเดียว ก็ออกไป. เราพึงครอบงำสมณะผู้อยู่สบาย ให้ออกไปชื่ออย่างนี้ โดยไม่ใช่เหตุด้วยการรบ ตลอดคืนดังนี้ จึงคิดอีกว่า เราไม่อาจรู้ได้แม้บัดนี้ สมณะออกไป เพราะเป็นผู้ว่าง่ายหรือ หรือว่า โกรธออกไป เอาเถิด เราจัก
ทดลองดู. ลำดับนั้น จึงกล่าวว่า ท่านจงเข้าไปหาเถิด สมณะ. ครั้งนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อตรัสคำเป็นที่รักแก่อาฬกยักษ์ ผู้มีจิตอ่อนด้วยเข้าใจว่า เป็นผู้ว่าง่ายอีก เพื่อทำการกำหนดจิต จึงตรัสว่า ดีละ ผู้มีอายุ ก็เสด็จเข้าไป. อาฬวกยักษ์ทดลองความเป็นผู้ว่าง่ายนั้นแลบ่อยๆ จึงกล่าวครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ว่า ท่านจงออกมา ท่านจงเข้าไปดังนี้. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงทำตาม
นั้น. ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่พึงทำตามปกติ จิตของยักษ์กระด้างจะกลับ