สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๒๑๓ · ข้อ 645 646 647
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๖๔๕] ชฎาภารทวาชพราหมณ์ นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า

ตัณหาหาพายุ่งในภายใน พายุ่งในภาย

นอก หมู่สัตว์ถูกตัณหาพายุ่งไขว่ให้นุง ข้า

แต่พระโคดม เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์

ขอทูลถามพระองค์ว่า ใครพึงสางตัณหา

พายุ่งมิได้.

[๖๔๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

ภิกษุใดเป็นคนมีปัญญา ตั้งมั่นอยู่ใน

ศีล อบรมจิตและปัญญาให้เจริญ มีความ

เพียร มีปัญญารักษาตน ภิกษุนั้นพึงสาง

ตัณหาพายุ่งนี้ได้ ราคะโทสะและอวิชชา

อันชนเหล่าใด สำรอกแล้ว ชนเหล่านั้น

เป็นพระอรหันต์ มีอาสวะสิ้นแล้วตัณหา

พายุ่งอันชนเหล่านั้นสางได้แล้ว นามและ

รูปย่อมดับไปไม่เหลือในที่ใด ปฏิฆสัญญา

รูปสัญญา และตัณหาพายุ่งนั่น ย่อมขาด

ไปในที่นั้น.

[๖๔๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ชฏาภารทวาช- พราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิต ของพระองค์แจ่มแจ้งนักฯลฯ ก็แหละท่านชฏาภารทวาชะ ได้เป็นพระอรหันต์ รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อหิงสกสูตรและชฏาสูตร: ความหมายที่แท้จริงของผู้ไม่เบียดเบียนและผู้สางตัณหาพายุ่ง
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า