สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๗๘ · ข้อ 514 515
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๕๑๔] ลำดับนั้น มารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันหลีกไป ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว จึงพูดกันว่า เรื่องนี้จริงดังบิดา เราได้พูดไว้ว่า

ชายนั้นเป็นพระอรหันต์ ผู้ดำเนินไป

ดีแล้วในโลก ไม่เป็นผู้อันใคร ๆ พึงนำ

มาด้วยราคะได้ง่าย ๆ ก้าวล่วงบ่วงแห่งมาร

ไปได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเศร้าโศก

มาก.

ก็ถ้าพวกเราพึงเล้าโลมสมณะหรือพราหมณ์คนใดที่ยังไม่หมดราคะ ด้วยความพยายามอย่างนี้ หทัยของสมณะหรือพราหมณ์คนนั้นพึงแตก หรือ โลหิตอุ่นพึงพลุ่งออกจากปาก หรือพึงถึงกับเป็นบ้า หรือถึงความมีจิตฟุ้งซ่าน (จิตลอย) เหมือนอย่างไม้อ้อสดอันลมพัดขาดแล้ว ย่อมหงอยเหงาเหี่ยวแห้ง แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์นั้นพึงซูบซีดเหี่ยวแห้งไป ฉันนั้นเหมือนกัน.

ครั้นแล้ว นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคเจ้าถึงที่ประทับ แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนขัางหนึ่ง.

[๕๑๕] นางตัณหามารธิดา ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า

ท่านถูกความโศกทับถมหรือ จึงได้

มาซบเซาอยู่ในป่าอย่างนี้ ท่านเสื่อมจาก

ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้วหรือ หรือว่ากำลัง

ปรารถนาอยู่ ท่านได้ทำความชั่วอะไร ๆ

ไว้ในบ้านหรือ เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ทำ