สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๒๙๖ · ข้อ 717 718
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๗๑๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

บุคคลหาชื่อว่าเป็นภิกษุเพียงด้วย

การขอคนอื่นไม่ บุคคลสมาทานธรรม

เป็นพิษ หาชื่อว่าเป็นภิกษุได้ไม่ ผู้ใดใน

โลกนี้ละบุญและบาปเสียแล้ว ประพฤติ

พรหมจรรย์ด้วยถารพิจารณา ผู้นั้นแล

ชื่อว่าเป็น ภิกษุ.

[๗๑๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเช่นนี้แล้ว ภิกขกพราหมณ์ได้กราบ ทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่าน พระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดย ปริยาย ดุจหงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ส่อง ประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้ากับพระธรรมเเละพระสงฆ์เป็นสรณะตลอด ชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

อรรถกถาภิกขกสูตร

ในภิกขกสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อิธ ได้แก่ ในความเป็นภิกษุนี้นั่นแล. บทว่า วิสํ ธมฺมํ ได้แก่ อกุศลธรรมที่มีกลิ่นเหม็น. บทว่า วาเหตฺวา ได้แก่ ละได้ด้วยอรหัต

มรรค. บทว่า สงฺขาย ได้แก่ญาณ. บทว่า ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ ความ

ว่า ผู้นั้นแล ท่านเรียกชื่อว่า ภิกษุ เพราะทำลายกิเลสแล.

จบอรรถกถาภิกขกสูตรที่ ๑๐

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ภิกขกสูตร ว่าด้วยความเป็นภิกษุ
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า