พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามสังครวพราหมณ์ ซึ่งนั่งอยู่ ณ ส่วนข้าง หนึ่งว่า ดูก่อนพราหมณ์ เขาว่า ท่านมีลัทธิถือความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ปรารถนา ความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ท่านประพฤติการลงอาบน้ำชำระร่างกาย ทั้งเวลาเย็น เวลาเช้าเป็นนิตย์ จริงหรือ.
สังครวพราหมณ์กราบทูลว่า จริงเช่นนั้น ท่านพระโคดมผู้เจริญ.
พ. ดูก่อนพราหมณ์ ท่านเห็นอำนาจประโยชน์อะไรจึงได้มีลัทธิถือ
ความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ปรารถนาความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ประพฤติการลงอาบน้ำ ชำระร่างกาย ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้าเป็นนิตย์.
ส. ท่านพระโคดม บาปกรรมใดที่ข้าพระองค์ทำในเวลากลางวัน ข้า
พระองค์ลอยบาปกรรมนั้นเสียด้วยการอาบน้ำในเวลาเย็น บาปกรรมใดที่ ข้าพระองค์ทำในเวลากลางคืน ข้าพระองค์ลอยบาปกรรมนั้นเสียด้วยการอาบน้ำ ในเวลาเช้า ท่านพระโคดม ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์นี้แหละ จึงได้ชื่อ ว่า มีลัทธิถือความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ปรารถนาความบริสุทธิ์ด้วยน้ำ ประพฤติ การลงอาบน้ำชำระร่างกาย ทั้งเวลาเย็นในเวลาเช้าเป็นนิตย์.
[๗๒๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ดูก่อนพราหมณ์ ห้วงน้ำคือธรรมมี
ศีลเป็นท่า ไม่ขุ่น สัตบุรุษสรรเสริญต่อ
สัตบุรุษ ซึ่งเป็นที่ที่บุคคลผู้ถึงเวทอาบ
แล้ว บุคคลผู้มีตัวไม่เปียกเท่านั้นจึงจะข้าม
ถึงฝั่งได้.
[๗๒๓] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเช่นนี้แล้ว สังครวพราหมณ์ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก